posttoday
ดีเอสไอลุยคดีฮัทช์

ดีเอสไอลุยคดีฮัทช์

26 มีนาคม 2556

อ้างหัวหน้าคณะสอบสวนเปลี่ยนเลยช้าชี้สัญญามีเงื่อนงำปลอมแปลง

อ้างหัวหน้าคณะสอบสวนเปลี่ยนเลยช้าชี้สัญญามีเงื่อนงำปลอมแปลง

ดีเอสไอบี้คดี “กสทฯฮัทช์” ชี้ที่ช้าต้องรอบคอบ เพราะสัญญามีเงื่อนงำและมีการปลอมแปลงเอกสาร

พ.ต.ท.ชินโชติ แดงสุริศรี ผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบยกเลิกสัญญาซื้อขายกิจการระหว่างบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย (ฮัทช์) กับบริษัท กสท โทรคมนาคม หลังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ร้องว่า สาเหตุที่การสอบสวนล่าช้า เนื่องจากต้องรอให้มีการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนใหม่ แทน พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ที่ได้เลื่อนเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม

การเลื่อนตำแหน่งดังกล่าวส่งผลให้ทีมสอบสวนต้องรอการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนขึ้นใหม่จากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางสำนักคดีฯ ได้ส่งหนังสือให้นายธาริตเพื่อให้เร่งสรรหาหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนแล้ว และเชื่อว่าเมื่อตั้งคณะทำงานจะหาข้อสรุปได้ไม่ยาก เพราะข้อมูลตรวจสอบสมัย พ.ต.อ.ประเวศน์ได้รวบรวมไว้ส่วนหนึ่งแล้ว

พ.ต.ท.ชินโชติ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ทางดีเอสไอได้ส่งหนังสือเพื่อขอเอกสารจากบริษัทกสทฯ เพื่อนำมาตรวจสอบ เพิ่มเติมจากเอกสารที่กระทรวงไอซีทีส่งมาให้ เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็เห็นว่าคดีดังกล่าวได้ถูกส่งเรื่องไปยังป.ป.ช.ด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ

“คดีนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องกันระหว่างสองรัฐบาล ส่งผลให้มีรัฐมนตรีเกี่ยวข้องหลายคน ทำให้การสืบสวนต้องรอบคอบเป็นพิเศษ เพราะอย่างที่รู้กันว่าการยกเลิกสัญญาก็มีเงื่อนงำ และยังพบจุดที่มีการปลอมแปลงเอกสารด้วย” พ.ต.ท.ชินโชติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที ได้ส่งข้อมูลให้ดีเอสไอตั้งแต่ช่วงเดือนพ.ค. ปี 2555 ประกอบด้วยสำเนาเอกสารสัญญาซื้อขายกิจการระหว่างบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย บริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) บริษัท ฮัทชิสัน เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์(ประเทศไทย) บริษัท ฮัทชิสัน มัลติมีเดีย เซอร์วิส (ประเทศไทย) ในฐานะผู้ขาย และฮัทชิสัน เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด กับบริษัท กสท โทรคมนาคมในฐานะผู้ซื้อ ที่มีการลงนามในสัญญาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2553 โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนที่นายจุติ ไกรฤกษ์ จะเข้ามารับตำแหน่งรมว.ไอซีที

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นสัญญาดังกล่าวกลับถูกยกเลิกและไม่มีการปฎิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาแต่อย่างใด ทำให้มีการกล่าวกันว่าเรี่องนี้ ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง และเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าซื้อกิจการฮัทช์แทนด้วยมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ไอซีทีได้ส่งเรื่องไปยังดีเอสไอ เพื่อให้ดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไปว่าการฉีกสัญญาเข้าข่ายผิดกฎหมายข้อใด ซึ่งเมื่อไอซีทีได้ตรวจสอบสัญญาดังกล่าวเบื้องต้นแล้ว พบว่าเป็นสัญญาที่มีการลงนามของทั้งสองบริษัทจริง ซึ่งมีความผิดเข้าข่ายมาตรา 46 ตาม พ.ร.บ.กสทช.

“สัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นห่างจากเวลาที่ทรูซื้อกิจการฮัทช์ประมาณ 6 เดือน แต่เป็นราคาเดิมที่ยังไม่ได้มีคำสั่งจากอดีตรัฐมนตรีไอซีทีสั่งให้ไปเจรจาราคาซื้อขายใหม่ในราคาราว 7,000 กว่าล้านบาทแต่อย่างใด และสัญญาฉบับนี้ยังได้รับการยืนยันจากอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ ว่าได้เซ็นจริง แต่ไม่ได้ถูกดำเนินการต่อในเรื่องการซื้อขาย เพราะการเมืองสั่งให้ยกเลิก” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน