
รายได้อ้อยวูบหมื่นล.
ภัยแล้งกระหน่ำพื้นที่เพาะปลูก ราคาดีแต่ผลิตป้อนตลาดไม่พอ
โพสต์ทูเดย์
— ภัยแล้งทำผลผลิตอ้อยปี 2552/2553 ลดเหลือ 68 ล้าน ส่งผลรายได้ในระบบลดลง 10% มูลค่า 1 หมื่นล้านบาทนายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขา ธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ได้รายงานการผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายในฤดูกาลผลิต 2552/2553 ปีนี้มีผลผลิตอ้อย 68 ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่ 100.7 ตันต่อไร่ และได้ปริมาณน้ำตาล 1.7 กิโลกรัมต่อตันอ้อย ต่ำกว่าปริมาณที่คาดการณ์ไว้ ที่คาดว่าจะมีปริมาณอ้อย 71.4 ล้านตัน และมีผลผลิต 108 ตันต่อไร่ เนื่องจากอากาศแล้งเร็ว ระหว่างการปลูกไม่มีน้ำ อ้อยจึงมีคุณภาพต่ำ
ทั้งนี้ การที่ปริมาณอ้อยลดลงจะส่งผลให้รายได้ของระบบที่ประกอบด้วยเกษตรกรและโรงงานน้ำตาลลดลง 10% หรือคิดเป็นมูลค่าที่ลดลงกว่า 1 หมื่นล้านบาท หากสถาน การณ์ผลผลิตต่ำกว่าเป้าหมายจนถึงปีหน้า จะทำให้ไทยสูญเสียความได้เปรียบในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณอ้อยลดลง จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาอ้อยขั้นสุดท้าย เนื่องจากโรงงานส่วนใหญ่ขายน้ำตาลส่งออกไปแล้วกว่า 90% ในราคา 20 เซนต์ต่อปอนด์ รวมค่าพรีเมียม ขณะที่การประเมินราคาอ้อยขั้นต้นประเมินราคาน้ำตาลที่ระดับ 18 เซนต์ต่อปอนด์เท่านั้น ราคาอ้อยขึ้นสุดท้ายจึงน่าจะใกล้เคียงกับราคาขั้นต้นที่ 965 บาทต่อตัน และไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์ราคาขั้นสุดท้ายต่ำกว่าขึ้นต้นอีก
“
ในปีนี้ทาง สอน. ได้ของบ ประมาณเรื่องน้ำไป 700 ล้านบาท แต่ได้จัดสรรมาให้ 30 ล้านบาท ซึ่งหากในปีหน้ายังไม่มีน้ำอีกสถานการณ์จะน่าเป็นห่วง และจะเป็นภาระของรัฐบาลต่อไปในเรื่องราคาอ้อย เพราะผลผลิตต่อไร่จะต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลให้ราคาอ้อยตกต่ำลง ซึ่งเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต” นายประเสริฐ กล่าวนอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือเรื่องยกเว้นนำเงินส่งเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 5 บาท สำหรับน้ำตาลโควตา ก (เพื่อบริโภคในประเทศ) ที่จัดสรรพิเศษ 1 ล้านกระสอบ รวม 500 ล้านบาท โดยให้กองทุนฯ เป็นผู้รับภาระแทน ไม่ต้องนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทาง กอน. เห็นชอบในหลักการ และให้กองทุนฯ นำไปพิจารณาด้านกฎหมายให้ชัดเจนใน 12 สัปดาห์
ขณะเดียวกันที่ประชุมได้แจ้งว่า สหรัฐได้มีจดหมายมาขอเพิ่มโควตานำเข้าน้ำตาลทรายดิบจากไทย 1,117 ตัน จากเดิมที่มีโควตานำเข้าน้ำตาลจากไทยอยู่แล้ว 1.47 หมื่นตัน โดยในแต่ละปีสหรัฐนำเข้าน้ำตาลทรายดิบ 1 ล้านตัน
นายชลัช ชินธรรมมิตร์ คณะทำ งานแก้ไขปัญหาน้ำตาลทรายขาดแคลนในคณะกรรมการ 3 สมาคม โรงงานน้ำตาล กล่าวว่า การจัดสรรน้ำตาลในปีหน้าคงต้องรอดดูว่าในเดือน ต.ค. 2553 จะเหลือน้ำตาลอยู่เท่าไหร่จาก 22 ล้านกระสอบ หากเหลือเกิน 1 ล้านกระสอบ ในปีต่อไปอาจไม่จำเป็นต้องจัดสรรถึง 22 ล้านกระสอบ







