
ปรับกลยุทธ์การลงทุนด้วย Stock Futures ในช่วงหุ้นขาลง
หลายคนที่ลุ้นให้ดัชนีหุ้นพุ่งเหนือแนวต้าน เพราะรอจังหวะขายทำกำไร อาจคงต้องถือหุ้นรอช่วงเวลาที่เหมาะๆ ใหม่อีกครั้งหลังจากหุ้นร่วงแรงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่สำหรับท่านที่อยู่ในตลาด TFEX อาจจะต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่าง ขึ้นอยู่กับว่าท่านถือสัญญาอยู่หรือไม่ เพราะการที่หุ้นปรับตัวลดลง เป็นทั้งจังหวะงามสำหรับผู้ที่จะเข้ามาสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตขาลง และเป็นช่วงที่หลายท่านที่ซื้อสัญญาไว้ต้องรีบปรับกลยุทธ์อยู่ให้ทันท่วงที
หลายคนที่ลุ้นให้ดัชนีหุ้นพุ่งเหนือแนวต้าน เพราะรอจังหวะขายทำกำไร อาจคงต้องถือหุ้นรอช่วงเวลาที่เหมาะๆ ใหม่อีกครั้งหลังจากหุ้นร่วงแรงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่สำหรับท่านที่อยู่ในตลาด TFEX อาจจะต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่าง ขึ้นอยู่กับว่าท่านถือสัญญาอยู่หรือไม่ เพราะการที่หุ้นปรับตัวลดลง เป็นทั้งจังหวะงามสำหรับผู้ที่จะเข้ามาสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตขาลง และเป็นช่วงที่หลายท่านที่ซื้อสัญญาไว้ต้องรีบปรับกลยุทธ์อยู่ให้ทันท่วงที
กลยุทธ์การทำกำไรในตลาดหุ้นที่หลายท่านคุ้นเคยคือ การซื้อตอนที่คิดว่าราคาต่ำ และถือไว้เพื่อรอขายในช่วงที่ราคาสูง แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในตลาดหุ้นดัชนีตกกว่า 23 จุด ผู้ที่ถือหุ้นอยู่อาจต้องชะลอการขายเพื่อทำกำไรออกไปก่อน และยอมให้มูลค่าพอร์ตหุ้นลดลง ซึ่งหากหุ้นดีดตัวกลับอีกครั้ง ก็มีโอกาสที่จะขายหุ้นในราคาสูงกว่าต้นทุนที่ซื้อมาเพื่อทำกำไรได้
แต่การซื้อขายใน TFEX มีลักษณะที่แตกต่างจากการซื้อขายหุ้น เพราะเป็นการซื้อขายล่วงหน้า ไม่จำเป็นต้องมีเงินหรือหุ้นเพื่อส่งมอบในวันนี้ ดังนั้นหากเห็นแนวโน้มทิศทางราคาหุ้นก็สามารถที่จะซื้อล่วงหน้าในช่วงหุ้นขาขึ้นทำกำไร หรือขายล่วงหน้าในช่วงขาลงเพื่อได้กำไรจากการขายได้แพงกว่าราคาตลาด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการ Short Sale แต่อย่างใด
นอกจากนี้ การซื้อขายใน TFEX จะมีการคิดผลกำไรขาดทุนให้ผู้ลงทุนทุกสิ้นวันทำการ หากวันใดที่ผู้ลงทุนได้กำไร โบรกเกอร์ก็จะโอนเงินส่วนกำไรให้ผู้ลงทุนทันที แต่หากผู้ลงทุนขาดทุน โบรกเกอร์ก็จะหักเงินออกจากบัญชีของผู้ลงทุนเช่นกัน ถือว่ารับรู้กำไรขาดทุนได้ทุกๆ วันทันที ผู้ลงทุนใน TFEX จึงต้องติดตามผลกำไรขาดทุนทุกๆ วันเพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม
ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่ากลยุทธ์ในการซื้อขายฟิวเจอร์สแตกต่างจากการซื้อขายหุ้น โดยการซื้อไม่สามารถถือแล้วทิ้งไว้เหมือนกับการซื้อหุ้นได้ หากทิศทางของราคาหุ้นไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ กลยุทธ์ที่เทรดเดอร์มืออาชีพทั่วโลกแนะนำคือการตัดขาดทุนก่อน เพื่อรักษาเงินหลักประกันที่วางไว้ และปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อทำกำไรตามสถานการณ์ขณะนั้นๆ
ในกรณีของวันอังคารที่ผ่านมาที่ราคาหุ้นตกลงอย่างมาก สำหรับผู้ลงทุนที่ถือหุ้นมูลค่าของพอร์ตหุ้นในมือก็จะลดลงอย่างมาก และอาจต้องยืดเวลาถือหุ้นออกไปก่อน แต่สำหรับผู้ลงทุนใน TFEX หากมีสถานะซื้ออยู่ก็จะเกิดผลขาดทุนจากราคาฟิวเจอร์สที่ลดลงตามหุ้น ซึ่งก็สามารถปิดสถานะซื้อเพื่อปิดความเสี่ยงในด้านขาหุ้นลง แล้วปรับกลยุทธ์เป็นการขายเพื่อทำกำไรในตลาดขาลงแทน
แต่หากผู้ลงทุนใน TFEX ไม่ได้ถือสัญญาอยู่ ก็สามารถทำกำไรได้โดยการ “ขาย” ฟิวเจอร์สเพื่อทำกำไรในตลาดขาลง โดยการขายฟิวเจอร์สนี้สามารถทำได้อย่างสะดวก เพราะสามารถทำได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องมีหุ้นอยู่ในมือหรือเคย “ซื้อ” ฟิวเจอร์สมาก่อน นอกจากนี้ไม่จำเป็นต้องไปหยิบยืมหุ้นของผู้อื่นมาขายเหมือนในตลาดหุ้น ทำให้ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านการยืมหุ้น และไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้มาให้ยืมหุ้นหรือไม่
ลองมาดูตัวอย่างกันนะครับ หากผู้ลงทุนมีพอร์ตหุ้น TRUE อยู่ 1,000 หุ้น เมื่อราคาหุ้นลดลงอย่างเช่นลดลงจาก 7.85 บาท เป็น 7.75 บาท (ลดลง 0.1 บาท) ต่อหุ้น ทำให้มูลค่าพอร์ตลดลงประมาณ 100 บาท หรือประมาณ 1.27% (100/7,850) ซึ่งท่านอาจตัดสินใจถือหุ้นรอจังหวะดีๆ ไปอีกสักระยะเพื่อที่จะขายหุ้นในช่วงขาขึ้นอีกรอบ
แต่ถ้าเป็นผู้ลงทุนใน TFEX ที่ซื้อสัญญา TRUE Futures จำนวน 1 สัญญา อยู่ก่อนหน้า ซึ่ง 1 สัญญามีขนาดเท่ากับการซื้อหุ้น TRUE 1,000 หุ้น หากท่านไม่ปรับกลยุทธ์การซื้อขายก็จะขาดทุนทันที โดยหากราคา TRUE Futures ลดลง 0.1 บาท เช่นเดียวกับหุ้น TRUE ผู้ลงทุนก็จะขาดทุน 100 บาทต่อสัญญา (= 0.1x1,000) ทันที หรือคิดเป็นประมาณ 12% ของเงินมาร์จินที่กำหนดไว้เท่ากับ 836 บาทต่อสัญญา (= 100/836) และเป็นผลให้เงินมาร์จินลดลงทันทีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถปิดความเสี่ยงที่จะขาดทุนดังกล่าวได้ระหว่างวัน พร้อมๆ กับเปิดแนวทางทำกำไรได้ทันที เช่น ขายปิด TRUE Futures ทันทีเมื่อราคาลดลง 0.05 บาท เพื่อตัดขาดทุนไว้ที่ 50 บาท (= 0.05X1,000) แล้วเปิดสัญญาใหม่ที่ได้กำไรจากช่วงขาลงด้วยการขายสัญญา TRUE Futures ซึ่งหากราคาลดลงต่ออีก 0.05 บาท สถานะขายนี้จะเป็นการสร้างกำไร 50 บาทต่อสัญญา และไปชดเชยขาดทุนก่อนหน้าจากสถานะที่เคยซื้อ TRUE Futures ไว้
สำหรับผู้ลงทุนใน TFEX ที่ยังไม่เคยมีสถานะใน TRUE Futures และเข้ามาขายฟิวเจอร์สเมื่อเห็นว่าราคามีแนวโน้มลดลง โดยหากราคา TRUE Futures ลดลงจากที่เข้าไปขายไว้ 0.1 บาท ส่วนต่างดังกล่าวจะเป็นกำไรถึง 12% ให้กับผู้ที่ขาย TRUE Futures ทันที (ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย TRUE Futures จะต้องวางมาร์จินที่ 836 บาทเท่ากัน)
จะเห็นได้ว่า หากราคาหุ้นเคลื่อนไหวที่เป็นแนวโน้มไม่ว่าจะขาขึ้นหรือขาลง ผู้ลงทุนสามารถปรับกลยุทธ์การซื้อขาย Futures เพื่อสร้างผลกำไรให้กับพอร์ตการลงทุนได้ทันที โดยหากสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้รวดเร็วสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคาได้มากเท่าไร ก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามทิศทางของการเคลื่อนไหวของตลาดมากขึ้นด้วย







