
ปั้นนักธุรกิจหญิงเอสเอ็มอี
ดึงสตรี16จังหวัดนำร่องแกนนำรับเปิดเสรีเน้นเข้มทักษะสินค้าโอท็อปขายออนไลน์
ดึงสตรี16จังหวัดนำร่องแกนนำรับเปิดเสรีเน้นเข้มทักษะสินค้าโอท็อปขายออนไลน์
รัฐเร่งพัฒนาผู้ประกอบการสตรีระดับเอสเอ็มอีนำร่อง 16 จังหวัด เสริมแกร่งรับเปิดประชาคมอาเซียน
นายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สค. ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พัฒนาศักยภาพผู้นำสตรีในกรุงเทพฯ และ 15 จังหวัดใกล้เคียง รวมถึงกลุ่มเอ็นจีโอด้านสตรีจากทั่วประเทศ เพื่อให้สตรีกลุ่มดังกล่าวเป็นแกนนำของสตรีไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)
เบื้องต้น สสว.จะเป็นผู้คัดเลือกสตรีที่ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี จากนั้น สค.จะพิจารณาว่าสตรีแต่ละกลุ่มต้องการอะไร มีความถนัดด้านใดเป็นพิเศษ เพื่อนำมาฝึกอบรมและพัฒนาให้ตรงจุด จนสามารถนำความรู้ไปแข่งขันในอาเซียนได้
“ทักษะที่เราจะเน้นมากคือเรื่องการผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าโอท็อป และการค้าขายบนโลกออนไลน์” นายสมชาย กล่าว
การฝึกอบรมเอสเอ็มอีสตรีจะเน้นเฉพาะด้านที่ไทยมีโอกาสอยู่ในระดับกลางขึ้นไปเท่านั้น เพื่อให้ทุ่มเทกำลังในการพัฒนาได้เต็มที่ ดึงสัดส่วนการตลาดในแต่ละธุรกิจให้แก่หญิงไทย ขณะที่ด้านที่โอกาสน้อย ทาง สค.ก็จะไม่ฝืนให้สตรีไทยต้องเก่งขึ้นมา
การก้าวสู่ประชาคมอาเซียนถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายต่อวัฒนธรรม และชีวิตความเป็นอยู่ของสตรี การพัฒนาศักยภาพผู้นำสตรีต้องสอดแทรกวิธีการปรับตัวเพื่อรับมือวิถีชีวิตที่จะอยู่กับความหลากหลายและการแข่งขันมากขึ้น
นายสมชาย กล่าวอีกว่า สตรีไทยยังเสมือนอยู่หลังบ้าน คอยทำงานในบ้าน แม้ปัจจุบันผลสำรวจพบว่าไทยมีผู้บริหารเอกชนหญิงมากเป็นลำดับต้นๆ ของโลก โดยมีสัดส่วนมากกว่า 40% แต่ในส่วนเอสเอ็มอียังขาดศักยภาพอีกมาก จึงต้องเร่งพัฒนา ขณะเดียวกันจะต้องร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านแก้ไขปัญหาเรื่องค้ามนุษย์ด้วย
โครงการทั้งหมดใช้งบประมาณทั้งสิ้น 12 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการในปีงบประมาณ 2556 จำนวน 3 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2557 อีก 9 ล้านบาท
ล่าสุด วันที่ 18-20 มี.ค. ได้ร่วมกับกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ และสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการอบรมสร้างการมีส่วนร่วมของสตรีในการเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประชาคมอาเซียน โดยมีผู้เข้าร่วมราว 350 คน คาดหวังว่าผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งจะได้รับการพัฒนาจนพร้อมเข้าสู่อาเซียน







