
แนะวางแผนระยะยาวสร้างคนเก่งภาษาเพื่อนบ้าน
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ยุคที่กระแส “อาเซียน” มาแรง กลายเป็นคำติดหู ติดตลาดเช่นนี้ คนไทยก็มีความตื่นตัวกันมาก โดยเฉพาะการเรียนภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน ทุกวันนี้มีสถาบันการศึกษาต่างๆ เปิดสอนมากขึ้น
สำหรับเรื่องนี้ ชัยวัฒน์ มีสัณฐาน อาจารย์สอนภาษามลายูในโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลับมีมุมมองที่น่าสนใจว่า หากพิจารณากันจริงๆ แล้ว ภาษาอาเซียนไม่ว่าจะเป็นภาษามลายู พม่า กัมพูชา ลาว หรือเวียดนาม ที่กำลังฮอตฮิตอยู่ในขณะนี้ มาจากกระแสการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558
โดยขณะนี้ภาษาอาเซียนยังเป็นสาขาที่ขาดแคลนบุคลากรอยู่จำนวนมาก แม้ว่าในประเทศไทยจะมีคนที่มีความรู้ สามารถพูดภาษาอาเซียนได้ แต่กลุ่มคนดังกล่าวก็ไม่มีคุณวุฒิ คุณสมบัติพอที่จะมาทำหน้าที่สอนได้โดยตรง เพราะที่ผ่านมาคนไทยมองว่าไม่สำคัญ เนื่องจากคิดว่าประเทศใกล้บ้านอย่าง เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ด้อยกว่า จึงไม่สนใจและทำให้ไม่มีการสร้างบุคลากรมารองรับจุดนี้
ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้กลับพยายามดิ้นรนเรียนรู้และทำความรู้จักประเทศไทยทั้งในเรื่องของภาษา วิถีชีวิต และวัฒนธรรม จนบางครั้งเขารู้จักประเทศไทยดีกว่าคนไทยเองเสียอีก
ในความเป็นจริง แม้ว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเปิดโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษามานานถึง 14 ปี และมีการเปิดสอนภาษาอาเซียนมากที่สุดในประเทศถึง 9 ภาษาได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี นอกจากนี้ยังมีสอนภาษาสเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส และอิตาลี แต่ที่ผ่านมามีนักศึกษาเลือกเรียนภาษาพม่า กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพียง 20% เท่านั้น
ดังนั้น ตอนนี้จึงเป็นปีทองสำหรับนักศึกษาที่เรียนภาษาอาเซียนเหล่านี้ เพราะมีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ติดต่อผ่านทางโครงการเข้ามา เพื่อจองตัวเด็กที่กำลังจะจบการศึกษาให้ไปทำงานด้วยมากถึง 60-70% เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐก็ยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจในภาษาอาเซียน ขณะที่ภาคเอกชนเองก็ต้องการคนที่รู้และสามารถพูดภาษาอาเซียนได้ เพราะปัจจุบันมีการขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มนี้มาก
ทำให้เวลานี้เด็กที่เรียนภาษาอาเซียนมีแต้มต่อที่ดีกว่า สามารถเป็นผู้เลือกงานทำเองได้ โดยที่ไม่ต้องไปแข่งขันแก่งแย่งกับคนที่จบสาขาทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตสถาบันการศึกษาแต่ละแห่งก็จะมีการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ด้านภาษาอาเซียนออกมาแข่งขันในตลาดแรงงานมากขึ้น เมื่อถึงตอนนั้นปัญหาบุคลากรด้านภาษาอาเซียนอาจเกิดภาวะล้นตลาด จนต้องแย่งงานกันทำ กลายเป็นวัฏจักรวนกลับไปเหมือนในอดีต
“มองว่าในระยะ 5-10 ปี ภาษาอาเซียนน่าจะเป็นปีทองอยู่ แต่ระยะยาวหลังจากนั้น เมื่อมีการผลิตบุคลากรออกมาเยอะจนล้นก็จะกลายเป็นปัญหาได้ ดังนั้น จะต้องมีการวางแผนที่ยั่งยืนและชัดเจนว่าจะผลิตเพื่อป้อนสาขาไหนบ้าง เพราะแต่ละสาขาก็มีระดับความลึกซึ้งไม่เท่ากัน เช่น หากใช้ในการค้าขายหรือใช้ชีวิตประจำวันก็อาจเรียนแค่ระดับพื้นฐาน หากใช้ด้านธุรกิจจะต้องเป็นระดับเพื่อการสื่อสารธุรกิจ แต่ถ้าเพื่อนำไปสอนในสถาบันการศึกษาก็จะต้องมีความลึกซึ้งมากกว่าระดับใดๆ เพราะจะกลายเป็นรากฐาน” ชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย







