posttoday
โทเรอัด1.7หมื่นล้าน

โทเรอัด1.7หมื่นล้าน

21 มีนาคม 2556

ดันไทยขึ้นฮับอาเซียนผลิตป้อนภูมิภาคเน้นสินค้าพลาสติกอุตฯ ยานยนต์

ดันไทยขึ้นฮับอาเซียนผลิตป้อนภูมิภาคเน้นสินค้าพลาสติกอุตฯ ยานยนต์

โทเรทุ่ม 1.7 หมื่นล้าน ดันไทยศูนย์กลางผลิตอาเซียนปี 2563 เน้นเพิ่มลงทุนชิ้นส่วนพลาสติกป้อนอุตฯ ยานยนต์

นายอากิฮิโร นิคกากุ ประธาน บริษัท โทเร อินดัสตรีส์ อิงค์ ประเทศญี่ปุน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท โทเร (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2563 บริษัทมีแผนลงทุนในไทยประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจเดิม ได้แก่ ธุรกิจเส้นใยและสิ่งทอ ธุรกิจเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ การฉีดขึ้นรูป ธุรกิจฟิล์ม บรรจุภัณฑ์ รวมถึงธุรกิจใหม่ ได้แก่ ธุรกิจบำบัดน้ำ ยาและเวชภัณฑ์ และวัสดุประกอบคาร์บอนไฟเบอร์ โดยตั้งเป้าว่าจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าของบริษัทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ตอนนี้อุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยกำลังมาแรง จึงคิดพัฒนาสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์มากขึ้น โดยจะมีโรงงานแห่งใหม่เปิดในปีนี้ ผลิตส่วนประกอบคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อใช้ผลิตสินค้า” นายนิคกากุ กล่าว

สำหรับปีนี้ตั้งเป้าหมายว่า บริษัท โทเร (ประเทศไทย) จะมียอดขาย 1.8 ล้านล้านเยน หรือ 5.76 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มียอดขายรวม 1.59 ล้านล้านเยน หรือ 5.09 แสนล้านบาท โดยเชื่อว่าทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน รวมทั้งแผนขยายธุรกิจในไทย เพราะบริษัทได้บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้อยู่แล้ว

นายนิคกากุ กล่าวว่า เดือน เม.ย.นี้ บริษัทเตรียมเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท โดม คาร์บอน เมจิก ผู้ออกแบบและผลิตชิ้นส่วนรถแข่ง เพิ่มช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของโทเรด้านออกแบบชิ้นส่วนพลาสติกเสริมใยคาร์บอน

นอกจากนี้ ยังมีแผนซื้อหุ้นบริษัท โดม คอมโพสิต (ประเทศไทย) ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกเสริมใยคาร์บอนในเชิงอุตสาหกรรม ในสัดส่วนอีก 75% โดยบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่ร่วมทุนกับเครือสหพัฒน์ ทั้งนี้หลังจากเข้าซื้อหุ้นแล้ว จะทำให้บริษัทดังกล่าวกลายเป็นบริษัทในเครือโทเร และจะเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท คาร์บอน เมจิก (ประเทศไทย) ถือเป็นการตั้งฐานผลิตกลุ่มวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิตครั้งแรกในไทย

นายยาซูโอะ ยามาชิตะ ประธานกลุ่มบริษัท โทเร (ประเทศไทย) กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทลงทุนในประเทศไทยปีละ 1,300 ล้านบาท และในอนาคตจะยังเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง โดยจะเน้นลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 2 เท่า ในธุรกิจเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ เพื่อมาใช้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีน้ำหนักเบาขึ้น รองรับทิศทางตลาดรถยนต์ที่ต้องการผลิตรถยนต์น้ำหนักเบา และสอดคล้องกับแนวโน้มการผลิตรถยนต์ในไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้จะเน้นลงทุนเพิ่มในธุรกิจสิ่งทอ ผลิตสินค้าจำหน่ายให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น ผลิตผ้าสำหรับถุงลมนิรภัย เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน