
ที่ดินชายทะเลราคาพุ่งหัวหินไร่ละ 100ล.-พัทยาคอนโดล้น
บรรยากาศการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่อยู่อาศัย ค้าปลีก และนิคมอุตสาหกรรมเมืองชายทะเลอย่างชลบุรี ระยอง ที่ขยายตัวมาต่อเนื่องจากการขยายการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและภาคการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตได้ดี ได้ส่งผลให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินพื้นที่ดังกล่าวขยับขึ้นแรงอย่างน่าจับตามอง
บรรยากาศการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่อยู่อาศัย ค้าปลีก และนิคมอุตสาหกรรมเมืองชายทะเลอย่างชลบุรี ระยอง ที่ขยายตัวมาต่อเนื่องจากการขยายการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและภาคการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตได้ดี ได้ส่งผลให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินพื้นที่ดังกล่าวขยับขึ้นแรงอย่างน่าจับตามอง
ชนะ นันทจันทูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ราคาที่ดินเมืองชายทะเล โดยเฉพาะบริเวณริมทะเล จ.ชลบุรี ขยับขึ้นไปมากถึง 3040% โดยมีราคาประกาศขายเฉลี่ยสูงถึง 50 ล้านบาทต่อไร่
ขณะที่ที่ดินใน อ.เมือง และศรีราชา ก็ขยับขึ้นเช่นกัน โดยปัจจุบันอยู่ที่ 56 หมื่นบาทต่อ ตร.ว. หรือประมาณ 1020 ล้านบาทต่อไร่ ซึ่งที่ดินบริเวณนี้ไม่สามารถพัฒนาบ้านแนวราบได้แล้ว ส่วนใหญ่จะกลายเป็นคอนโดมิเนียมเจาะกลุ่มกลางล่าง ราคาประมาณ 13 ล้านบาท
ทางด้านที่ดินรอบนอกเมืองชลบุรี สำหรับพัฒนาบ้านเดี่ยว ราคาขยับขึ้นมาที่ 1.52 หมื่นบาทต่อ ตร.ว. ส่วนระยอง ราคาที่ดินติดริมทะเล เช่น หาดแม่รำพึง มีการซื้อขายอยู่ที่ 25 ล้านบาทต่อไร่ ขยับขึ้นเพียง 10%
สำหรับบริเวณชะอำ หัวหิน ปราณบุรี มีความหลากหลายในด้านราคา แต่หัวหินที่ดินริมทะเลยังคงมีราคาแพงสุด มีการประกาศขายอยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อไร่ เพิ่มขึ้นจากช่วง 2 ปีที่ประกาศขาย 6080 ล้านบาทต่อไร่ ส่วนชะอำ อยู่ที่ 30 ล้านบาทต่อไร่ ซึ่งคาดว่าราคาจะขยับขึ้นต่อเนื่องจากการที่อยู่ใกล้หัวหิน ส่วนปราณบุรี ราคาไม่ร้อนแรงมาก อยู่ที่ 10 ล้านบาทต่อไร่
ทั้งนี้ หากวิเคราะห์ตลาดระยอง ที่แม้ว่าราคาที่ดินรอบนิคมอุตสาหกรรมจะขยับขึ้นต่อเนื่อง แต่ภาพรวมกลับไม่ร้อนแรงนัก ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากการที่ระยองได้รับการพัฒนาสาธารณูปโภคต่างๆ จากภาครัฐน้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพัทยา
สำหรับในมุมผู้ประกอบการท้องถิ่น จ.ชลบุรี มีศักดิ์ ชุณหรักษ์โชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์ แอนด์ ลิฟวิ่ง กล่าวว่า ราคาที่ดินใกล้นิคมอุตสาหกรรมขยับขึ้นสูงอย่างน่าเป็นห่วง ปัจจุบันอยู่ที่ 35 ล้านบาทต่อไร่ เนื่องจากทาวน์เฮาส์ใกล้นิคมฯ เติบโตมาก บางแปลงแม้เป็นที่ดินสีเขียว สร้างอาคารสูงไม่ได้ แต่ประกาศขายสูงถึง 5 ล้านบาท
สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดชายทะเลอย่าง ชลบุรี ระยอง และพื้นที่ชะอำหัวหินปราณบุรี ว่า ชลบุรีเป็นตลาดที่มีการขยายตัวมากที่สุด โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ถือว่ามีโครงการเปิดตัวมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ชลบุรีมีหน่วยเปิดขายใหม่ปีที่ผ่านมามากถึง 9.62 หมื่นหน่วย แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 3.98 หมื่นหน่วย ขายได้ 69% ส่วนคอนโดมิเนียม 5.64 หมื่นหน่วย ขายได้ 66% ส่วนระยอง มี 1.25 หมื่นหน่วย แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 1.04 หมื่นหน่วย ขายได้ 66% คอนโดมิเนียม 2.1 หมื่นหน่วย ขายได้ 70%
ขณะที่ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี มีหน่วยเปิดขายปีที่แล้ว 19,650 หน่วย แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 4,750 หน่วย ขายได้ 54% ส่วนคอนโดมิเนียม 1.49 หมื่นหน่วย ขายได้ 54% โดยสิ่งที่น่าจับตามองของทุกตลาด คือ แม้จะมีหน่วยเปิดขายสูงและมียอดขายที่ดี แต่การก่อสร้างจริงกลับยังมีความคืบไม่มากนัก และมีโอกาสที่หลายโครงการจะก่อสร้างช้า ส่งมอบไม่ทัน ซึ่งเกิดจากปัญหาวิกฤตแรงงานขาดแคลน
สำหรับตลาดชลบุรีพัทยา จะเห็นว่ามีซัพพลายเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าส่งสัญญาณซัพพลายโอเวอร์ โดยผู้ประกอบการภาคเอกชนล้วนกล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ซัพพลายคอนโดมิเนียมในพัทยาน่าเป็นห่วงมาก
เครย์ตัน เวดย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพร์มเมอร์ โฮมส์ เรียล เอสเตท กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่ามีการซื้อล็อตใหญ่ 50100 หน่วย ในราคาส่วนลด 2030% จากลูกค้าองค์กรและนายหน้าเพื่อนำมาขายต่อ และเริ่มส่งสัญญาณว่าห้องชุดที่ซื้อเพื่อขายต่อเริ่มขายยาก เสี่ยงต่อการหั่นราคากันเอง โดยจะเห็นว่าคอนโดมิเนียมมือสองเริ่มหั่นราคาลงสูงถึง 20%
แนวโน้มราคาที่ดินเมืองชายทะเลที่ขยับขึ้นอย่างร้อนแรง จากความต้องการของฝั่งนักพัฒนาที่อยู่อาศัย วันนี้อาจต้องประเมินตลาดให้ดีแล้วว่า ดีมานด์บ้านและคอนโดมีเนียมเติบโตทันซัพพลายที่มีอยู่ในตลาดหรือไม่







