posttoday
แบล็คแคนยอนรุกเพิ่มสาขาอาเซียน

แบล็คแคนยอนรุกเพิ่มสาขาอาเซียน

19 มีนาคม 2556

ยักษ์แฟรนไชส์ไทย “แบล็ค แคนยอน” ประกาศบุกหนักตลาดต่างประเทศ วางเป้า 3 ปีขยายสาขาเพิ่มในอาเซียนไม่ต่ำกว่า 1520 สาขา รับกระแสเศรษฐกิจเพื่อนบ้านบูม

ยักษ์แฟรนไชส์ไทย “แบล็ค แคนยอน” ประกาศบุกหนักตลาดต่างประเทศ วางเป้า 3 ปีขยายสาขาเพิ่มในอาเซียนไม่ต่ำกว่า 1520 สาขา รับกระแสเศรษฐกิจเพื่อนบ้านบูม

นายประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ แบล็คแคนยอน คาเฟเนโร และร้านไอศกรีมเจลาโตนี เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนขยายธุรกิจไป ต่างประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ธุรกิจแฟรนไชส์ โดยร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายตลาดใหม่ในประเทศกลุ่มอาเซียนที่กำลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 นี้

บริษัทวางแผนภายใน 3 ปีนับจากนี้ คาดว่าจะสามารถขยายสาขาใหม่ผ่านรูปแบบแฟรนไชส์ได้ไม่ต่ำกว่า 15-20 สาขาใหม่ จากปัจจุบันร้านแบล็คแคนยอน เปิดสาขาให้บริการในประเทศต่างๆ ในแถบอาเซียนจำนวน 49 สาขา และอีก 2 สาขาใหม่ในประเทศบรูไน โดยในปี 2557 บริษัทเตรียมแผนขยายธุรกิจร้านแฟรนไชส์แบล็คแคนยอนในประเทศเวียดนาม โดยร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศดังกล่าวเช่นกัน

นอกจากนี้ บริษัทยังสนใจขยายการลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในประเทศฟิลิปปินส์ หลังจากที่พบว่ามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ จากปัจจุบันร้านแบล็คแคนยอนเปิดให้บริการแล้ว 1 สาขาที่กรุงมะนิลาไปเมื่อปีก่อน โดยในไตรมาส 3 ปีนี้เตรียมแผนขยายสาขาแห่งที่ 2 เพิ่มเติม

“บริษัทยังสนใจขยายการทำตลาดในประเทศลาว กัมพูชา และพม่า ด้วยเป็นกลุ่มตลาดใหม่ในอาเซียนที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงในธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งในมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันมีสาขาแฟรนไชส์ 10 สาขา และสิงคโปร์ 1 สาขา” นายประวิทย์ กล่าว

สำหรับการลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ร้านแบล็คแคนยอนในต่างประเทศ ใช้งบประมาณ 4 หมื่นเหรียญสหรัฐ ส่วนสาขาไทยเริ่มต้นราว 1 ล้านบาท คในพื้นที่ประมาณ 100 ตร.ม. คาดถึงจุดคุ้มทุนทางธุรกิจเฉลี่ย 35 ปี โดยปัจจุบันบริษัทเปิดให้บริการสาขาในไทยราว 240 แห่ง ปีนี้วางแผนขยายสาขาใหม่ราว 10-15 แห่ง โดยปีก่อนมีรายได้เติบโต 10%

นายประวิทย์ กล่าวว่า สำหรับผู้สนใจขยายการลงทุนธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนจากโอกาสเออีซีที่กำลังมาถึง จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลต่างๆ รอบด้าน ทั้งปัจจัยบวกและลบที่มีผลกระทบ อาทิ ภาพรวมเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค การเติบโตของตลาด เสถียรภาพทางการเมือง และเทคโนโลยี หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคของแต่ละประเทศ เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจไทยสามารถนำแนวทางการวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน หรือ สวอท อนาไลซิส (SWOT Analysis) มาปรับใช้กับธุรกิจของตนเองด้วยว่ามีความเหมาะสมกับการทำตลาดในแต่ละประเทศหรือไม่ โดยเฉพาะศึกษาประเด็นทางสังคมและกฎหมายข้อบังคับระเบียบต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการหาพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่นที่ชำนาญในแต่ละประเทศกลุ่มเป้าหมายซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย หรือ เอสเอ็มอีไทย ที่กำลังวางแผนการขยายการทำตลาดในต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน