
ก้าวสู่ทีวีดิจิตอลและ 3จี
ขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี เรื่องใหญ่ๆ 2 เรื่อง คือ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือจะผลัดใบเข้าสู่คลื่น 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ในเดือน เม.ย. ที่ว่ากันว่าเร็วและแรงกว่าเดิม 10 เท่า และการเปลี่ยนผ่านระบบโทรทัศน์จสู่ยุคดิจิตอล
ขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี เรื่องใหญ่ๆ 2 เรื่อง คือ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือจะผลัดใบเข้าสู่คลื่น 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ในเดือน เม.ย. ที่ว่ากันว่าเร็วและแรงกว่าเดิม 10 เท่า และการเปลี่ยนผ่านระบบโทรทัศน์จสู่ยุคดิจิตอล
เรื่องแรกอาจไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะเชื่อว่าหลายคนกำลังนับถอยหลังรอที่จะใช้ 3จี เต็มรูปแบบอย่างใจจดใจจ่อ เพราะสุดเซ็งกับการใช้งานมือถือในปัจจุบันที่สัญญาณติดๆ ดับๆ ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่ผู้ใช้มือถืออยากได้ คือ การใช้งานที่ราบรื่นขึ้น มากกว่าจะสนใจว่า 3จี จะดาวน์โหลดเพลง หนัง ได้เร็วขึ้นยังไงบ้าง
แต่สำหรับเรื่องทีวีดิจิตอล คนไทยยังต้องทำความรู้จักให้มากขึ้น หลายคนยังไม่เข้าใจว่าทีวีดิจิตอลที่ว่านี้มีดียังไง เหตุใดจึงกลายเป็นแหล่งผลประโยชน์ให้ผู้ประกอบการเอกชนมาช่วงชิง รวมถึงความคิดของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนรูปแบบการแบ่งช่องใหม่ โดยลดทอนช่องรายการเด็ก แล้วหันไปให้ความสำคัญกับช่องคมชัดสูง (ไฮเดฟิเนชัน) มากขึ้น
อันที่จริง แม้ทีวีดิจิตอลจะเป็นเรื่องใหม่ แต่ กสท.มีตัวอย่างและบทเรียนให้ดูก่อนหน้าแล้วกับการประมูลใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3จี ที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมินที่จะฟังความเห็นต่างและออกแบบเงื่อนไขให้ไลเซนส์พอดีกับผู้ประกอบการที่เข้าประมูล ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผู้เข้าประมูลเมินที่จะเคาะราคาให้ขยับขึ้น เพราะไม่ว่าจะยังไงก็ได้ไลเซนส์มาครองอยู่แล้ว
ดังนั้น จึงหวังว่าการประมูลทีวีดิจิตอลที่ยังเหลือเวลาให้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขได้อีก จะไม่ซ้ำรอยการประมูล 3จี ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศมากกว่าเลือกเข้าข้างเอกชน เพราะสุดท้ายแล้วเอกชนก็คำนึงถึงจุดคุ้มทุนและกำไรในทางตัวเลข มากกว่าที่จะคิดถึงผู้บริโภคจริงๆ เพราะในเมื่อผู้บริโภคไม่สามารถปฏิเสธการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีได้ แต่ยังอยากเห็นการเปลี่ยนผ่านที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคแท้จริง มากกว่าเป็นแหล่งตักตวงผลประโยชน์ของผู้ประกอบการ







