posttoday
คลื่น 1800 ยังจบไม่ลง อาจต้องส่งให้ศาลปกครองชี้ขาด

คลื่น 1800 ยังจบไม่ลง อาจต้องส่งให้ศาลปกครองชี้ขาด

19 มีนาคม 2556

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ปัญหาการบริหารจัดการคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แม้สัญญาสัมปทานคลื่นระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม (แคท) กับ บริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอล โฟน (ดีพีซี) จะสิ้นสุดวันที่ 15 ก.ย.นี้แล้ว เนื่องจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยืนยันว่าตามกฎหมายต้องนำคลื่นกลับมาเพื่อประมูลใหม่ แต่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เห็นว่าควรให้ กสทฯ บริหารต่อเพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน และ กสทฯ เองยืนยันว่าสามารถบริหารจัดการคลื่นต่อได้ตามบทเฉพาะกาลของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ คณะทำงานร่วมระหว่าง กสทฯ และ กสทช. กำลังร่วมกันเร่งพิจารณาแนวทางการบริหารคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ แต่หากไม่สามารถสรุปแนวทางที่เห็นพ้องร่วมกันได้แล้ว สุดท้าย อาจเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องส่งเรื่องให้ศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้พิจารณาตัดสิน

หากฟังเหตุผลในส่วนของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที กล่าวว่า สัญญาสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ หากนำมาบริหารงานต่อโดย กสทฯ เชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนสูงสุด เพราะปัจจุบันบริษัทมีโครงสร้างพื้นฐาน และทรัพย์สินมูลค่าหลายแสนบาท แต่หากนำไปประมูล วงเงินที่ได้และเงินที่ส่งเข้ารัฐอาจมีจำนวนไม่สูง

ขณะเดียวกันเชื่อมั่นการบริหารงานของ กสทฯ สามารถบริหารคลื่นและมีศักยภาพดูแลลูกค้าของสองบริษัทที่มีจำนวน 17 ล้านคนได้ ซึ่งต้องมีการทำแผนบริหารลูกค้าต่อไป เพื่อให้สามารถใช้บริการได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้กฎหมายก็ระบุว่า การทำหน้าที่ของ กสทช.ก็ต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้วย ดังนั้น กสทช. ก็ควรดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว

ทางด้านสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. และกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ด้านกฎหมายในกิจการโทรคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ บริษัท กสทฯ ระบุว่า กสทช.ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลนั้น ยืนยันว่าที่ผ่านมา กสทช.ดำเนินนโยบายให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบันไม่มีนโยบายใดของรัฐที่ไม่ให้คืนคลื่นเมื่อสิ้นสุดสัมปทาน รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับภาครัฐที่จะไปขอมติ ครม.เพื่อยืดเวลาบริการคลื่น ซึ่งนับว่าเป็นการให้รัฐบาลทำผิดกฎหมาย ถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบจากภาคการเมืองและภาคประชาชน

ทั้งนี้ กสทช. ต้องการให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน แต่หาก กสทฯ ไม่ให้ความร่วมมือ ก็พร้อมใช้ทุกมาตรการเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาด ทั้งมาตรการทางปกครอง มาตรการทางแพ่งและอาญา ซึ่งกรณีที่ฝ่าฝืนใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 10 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือท้ายที่สุดต้องให้ศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้ตัดสินเรื่องนี้

สุทธิพล กล่าวว่า ข้ออ้างของ กสทฯ ที่ระบุว่า สามารถบริการคลื่นได้ต่อไป ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 8284 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ปี 2553 นั้น ที่ให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้ได้รับประโยชน์ตามกฎหมายเดิม แต่บทเฉพาะกาลไม่คุ้มครองให้ใช้คลื่นต่อไป หากสัญญาสัมปทานหมดอายุ ถือว่า สิทธิใช้คลื่นหมดตามไปด้วย ดังนั้น กสทช. ยืนยันว่า มีหน้าที่ตามกฎหมายที่นำคลื่นที่หมดสัญญาสัมปทานมาประมูลเท่านั้น ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯ ปี 2553 หากไม่ทำ กสทช.ก็ถือว่าทำผิดกฎหมายเช่นกัน

ขณะเดียวกัน กสทช. ก็เตรียมการประมูลคลื่น 1800 โดยมีแผนที่จะนำมาบริหารเพื่อประมูล 4จี โดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. ในฐานะรองประธาน กทค. กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กทค. วันที่ 20 มี.ค.นี้ จะเสนอตั้งคณะกรรมการจัดการบริหารคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับประมูล 4จี (แอลทีอี) ในปลายปี 2557 และคณะอนุกรรมการเยียวยาผลกระทบต่อผู้บริโภค ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 23 เดือนนี้

“หากการประชุมบอร์ด กทค.วันที่ 20 มี.ค.นี้ อนุมัติตั้งคณะทำงานแล้วเสร็จเราก็จะเดินหน้าเตรียมการประมูลทันที ซึ่งจะควบคู่ไปกับการร่างแผนการเยียวยาลูกค้าที่อยู่ในระบบ 2จี และการหาข้อสรุปในประเด็นกฎหมายด้วย” พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว

สำหรับการนำคณะสื่อมวลชนดูงาน ณ บริษัท เอ็นทีที โดโคโมะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านไปสู่ 4จี (แอลทีอี) โดยญี่ปุ่นกำลังจะเปิดบริการ 4จีในย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่ญี่ปุ่นไม่ใช้วิธีการประมูลคลื่นความถี่ แต่จัดสรรคลื่นความถี่ให้ผู้ประกอบการตามความเหมาะสม

สำหรับโครงข่าย 4จี แอลทีอี ของเอ็นทีที โดโคโมะ? เปิดให้บริการในย่าน 1500 เมกะเฮิรตซ์ และ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ส่วนในย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์จะเปิดบริการในปีนี้ซึ่งนับเป็นโครงข่ายแรกๆของโลกที่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ และยังสร้างความแตกต่างด้วยการพัฒนาระบบช่วยเหลือในการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ง่ายขึ้น

ปัจจุบัน เอ็นทีที โดโคโมะ มีลูกค้าใช้บริการรวม 61 ล้านราย คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ต แชร์) ราว 48% จากจำนวนประชากรรวมในประเทศ 120 ล้านราย ส่วนบริการ 4จีมีลูกค้าใช้งานไม่ต่ำกว่า 10 ล้านราย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค