
ปฏิรูปเกษตรกรรม
ด้วยความที่ทุกวันนี้ เกษตรกรรม ยังเป็นภาคส่วนสำคัญของภูมิภาคนี้ เราจึงคุ้นเคยกับความพยายามช่วยเหลือเกษตรกร โดยใช้มาตรการต่างๆ ซึ่งบ้างก็ได้ผลดี บ้างก็ส่งผลเสียในระยะยาว
ด้วยความที่ทุกวันนี้ เกษตรกรรม ยังเป็นภาคส่วนสำคัญของภูมิภาคนี้ เราจึงคุ้นเคยกับความพยายามช่วยเหลือเกษตรกร โดยใช้มาตรการต่างๆ ซึ่งบ้างก็ได้ผลดี บ้างก็ส่งผลเสียในระยะยาว
สำหรับ เมียนมาร์ ที่กลับมาเปิดตัวสู่ประชาคมโลกอีกครั้ง ประธานาธิบดีเต็งเส่ง ประกาศชัดเจนว่า จะต้องเร่งพัฒนาเกษตรกรรมจากที่ปลูกกันแบบตามมีตามเกิด ก็กลับมาใช้อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืช อีกทั้งยังเน้นความสำคัญของการศึกษาของเกษตรกรรุ่นใหม่
เมียนมาร์ไม่ได้เดินหน้าเรื่องนี้เพียงลำพัง แต่มีนานาชาติคอยช่วยเหลือสนับสนุน อาทิ อินเดีย ที่ช่วยสร้างศูนย์วิจัยเกษตรกรรมในมหาวิทยาลัย ฝึกอบรมบุคลากรทั้งด้านการศึกษาและงานวิจัยเกษตร
ส่วนบริษัทอุตสาหกรรมเกษตรจากไทยและฟิลิปปินส์ เข้าไปช่วยสอนเทคนิคการเพาะปลูก เพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพและผลผลิตข้าว
บริษัท มิตซุย จากญี่ปุ่น และวีนา แคพิทัล จากเวียดนาม ทำข้อตกลงความร่วมมือด้านเกษตรกับเมียนมาร์ อะกรีบิซิเนส พับลิก คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด (MAPCO) สร้างโรงงานผลิตพลังงานและสร้างโรงสีข้าวและโม่ข้าวสมัยใหม่
ด้านสิงคโปร์ก็ออกมาบอกว่า กำลังเล็งให้เมียนมาร์เป็นแหล่งอาหารแห่งใหม่ของประเทศเหมือนกัน
ขณะที่เมียนมาร์กำลังเร่งปฏิรูปเกษตรกรรมโดยเน้นการเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต แถมมีตลาดรองรับผลผลิตบ้างแล้ว แต่บางประเทศย่านนี้กำลังวนเวียนอยู่กับการช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลายทางเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ออกมาตรการห้ามนำเข้าพืชผลจากต่างประเทศ เพื่อปกป้องเกษตรกรท้องถิ่น จนหลายครั้งจำเป็นต้องยกเลิกไป เพราะมาตรการดันราคาสินค้าพืชผลบางชนิดดีดตัวสูงจากภาวะขาดแคลน จนผู้บริโภคต้องออกมาโวยวาย และรัฐบาลทนไม่ไหวต้องใส่เกียร์ถอย
บางประเทศก็ใช้มาตรการพยุงราคาสินค้าเกษตรบิดเบือนกลไกตลาดเป็นระยะๆ เป็นวัฏจักรไม่รู้จักจบ...
ก็ได้แต่หวังว่า ในอนาคตคงไม่ต้องแห่แหนกันไปดูงานด้านเกษตรกรรมที่เมียนมาร์ เหมือนอย่างที่ตอนนี้จำเป็นต้องไปดูงานหลายด้านจากบางประเทศ ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมาดูเราเป็น “ตัวอย่าง” เหมือนกัน







