
ททท.เดินเกมฮับภูมิภาคชูสินค้าท่องเที่ยว
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
นับถอยหลังไม่ถึง 3 ปี ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะหลอมรวมอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ถึงเวลานั้นจะเกิดการไหลเวียนทางการค้า การลงทุนมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าในปี 2558นักท่องเที่ยวกลุ่มอาเซียน จะเดินทางไปมาระหว่างกันประมาณ 107.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 20% จากยอด 86 ล้านคนในปี 2555 ข้อมูลดังกล่าวทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบการทำหน้าที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว อย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องเร่งเพิ่มความเข้มข้นกลยุทธ์ด้านการตลาด เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการท่องเที่ยวในอาเซียนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
เพ็ญสุดา ไพรอร่าม ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ททท. ระบุว่า บอร์ดเตรียมมอบหมายให้ฝ่ายบริหาร ททท.จัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวปี 2556 เพิ่มเติม โดยปรับแนวคิดวิธีนำเสนอภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทย ผ่านตัวสินค้าทางการท่องเที่ยว เช่น ช็อปปิ้ง สปา แอนด์ เวลเนส กอล์ฟ หาดทรายชายทะเล เป็นต้น มากกว่าเจาะจงนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว สามารถวางแผนเดินทางท่องเที่ยวได้ตรงตามความต้องการ รวมถึงไม่กระจุกตัวเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวเมืองหลักเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น
ทาง ททท. ยังมีแผนจัดทำแพ็กเกจ อาเซียน เพื่อจำหน่ายสินค้าทางการท่องเที่ยวไทย พ่วงกับสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น สินค้าช็อปปิ้ง กรุงเทพฯ พ่วงสิงคโปร์ สินค้ามรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์ จ.สุโขทัย พ่วงกับนครวัด นครธม กัมพูชา เป็นต้น รองรับพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลาดภายในภูมิภาค ที่มีกระแสความนิยมเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างประเทศ เพื่อศึกษาและเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวของประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น
“ททท.จำเป็นต้องเปิดมุมมองการนำเสนอใหม่ๆ โดยมุ่งเจาะที่ตัวโปรดักต์ มากกว่าการกล่าวถึงจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ต้องร่วมมือกับบริษัททัวร์อย่างใกล้ชิดในการวางแผนและปรับกลยุทธ์การทำงานร่วมกัน เพราะมองว่าการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในอนาคต การเที่ยวแต่ละครั้งจะเน้นการเชื่อมโยงสินค้าทางการท่องเที่ยวในแต่ละประเทศร่วมกัน”
อย่างไรก็ตาม หลังเปิดเออีซี คาดว่า จะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศมีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น หลายประเทศผ่อนกฎเกณฑ์การเดินทางเข้าออก มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศ ทางถนนที่จะเชื่อมโยงการเดินทาง ดังนั้น การกำหนดแผนกลยุทธ์การตลาด จำเป็นต้องเพิ่มความหลากหลายให้ครอบคลุมนักท่องเที่ยวแต่ละตลาด ในทุกระดับ
เพ็ญสุดา กล่าวว่า ประเทศไทยมีความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยว เพราะสามารถเที่ยวได้ทุกฤดู สถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดศูนย์กลางอาเซียน จะเป็นจุดขายหลักที่ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ทางการท่องเที่ยวในอาเซียนได้ไม่ยากนัก
ในช่วง 23 ปีข้างหน้า มองว่า กลุ่มบริการทางการแพทย์ เวลเนส แอนด์ สปา จะเป็นสินค้าหลักที่จะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวได้มหาศาล ซึ่งในปีที่ผ่านมา ททท.ได้ทำการวิจัยตลาด พบว่า มีนักท่องเที่ยวอาเซียนใช้บริการทางการแพทย์ 8 หมื่นคน สร้างรายได้ 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ใช้จ่ายสัดส่วน 50% สำหรับค่ารักษาพยาบาล 36% ค่าที่พักโรงแรม ร้านอาหาร และ 14% ค่าใช้จ่ายสำหรับการนวดแพทย์ไทย ททท. เตรียมนำข้อมูลดังกล่าวมาต่อยอดเพื่อพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยวให้ตรงตามความต้องการของนักท่องเที่ยวในลำดับต่อไป
ด้านนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ มองว่ากลุ่มเกษียณอายุ จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) ในประเทศไทยอย่างก้าวกระโดด ททท.ต้องเร่งวางแผนการตลาดรองรับกลุ่มเกษียณอายุอย่างเร่งด่วน เพราะจากสถิติพบว่าประชากรอาเซียน 600 ล้านคน ประมาณ 9.9% เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและวัยเกษียณ และในอีก 10 ปีข้างหน้า สัดส่วนของคนกลุ่มนี้จะเพิ่มเป็น 12% หรือประมาณ 70 ล้านคน ตลาดผู้สูงอายุจึงเป็นตลาดที่ต้องวางแผนการส่งเสริมการเดินทางล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพักอาศัย การรักษาพยาบาล
นอกจากนี้ ททท. ยังมองเห็นศักยภาพของการเป็นแหล่งผลิตอาหารฮาลาล ที่มียอดการส่งออกต่างประเทศเป็นอันดับต้นๆ และเห็นว่าการดึงนักท่องเที่ยวที่บริโภคอาหารฮาลาลมาเที่ยวประเทศไทย จะเป็นการเปิดตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ในอนาคตด้วย
มาถึงตอนนี้ ประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558 ตามนโยบายรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่า ทุกฝ่ายจะสามารถร่วมมือผลักดันแผนดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมได้มากน้อยเพียงใด







