
‘เอสเอ็มอี’ชวดเงินชดเชย
กกร.สรุปพิษค่าแรงกระทบแค่200รายเตรียมลงพื้นที่สำรวจจริง
กกร.สรุปพิษค่าแรงกระทบแค่200รายเตรียมลงพื้นที่สำรวจจริง
กกร.เผยมีเอสเอมอีแค่ 204 ราย เจอพิษค่าจ้าง 300 บาท เสนอรัฐบาลตั้งกองทุนชดเชยยาก
เอสเอ็มอีแจ้งได้รับผลกระทบจากค่าแรง 300 บาทแค่ 204 ราย ชี้กระทบน้อยเสนอรัฐบาลตั้งกองทุนชดเชยส่วนต่างได้ยาก
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ว่า ที่ประชุมมีวาระรับทราบรายชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ซึ่งมีเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบ 204ราย แบ่งเป็นสมาชิก ส.อ.ท. 170 ราย และสมาชิกสภาหอการค้าไทย 34 ราย
“จำนวนผู้ประกอบการที่แจ้งว่าได้รับผลกระทบดังกล่าว ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ประเมินว่าจะมีเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบเป็นแสนราย ซึ่งประเด็นนี้คงทำให้ กกร.ไม่สามารถเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการเรียกร้องก่อนหน้านี้ได้ โดยเฉพาะการตั้งกองทุนเพื่อชดเชยส่วนต่างต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น” นายวัลลภ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ประกอบการไม่แสดงตนเพื่อรับความช่วยเหลือเข้ามาครั้งนี้ ทั้งหน่วยงานรัฐและ ส.อ.ท. คงใช้แนวทางการลงพื้นที่เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแนวทางช่วยเหลือที่ภาครัฐออกไปก่อนหน้านี้แทน อาทิ การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษี
ด้านนายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ประชุม กกร.ยังได้รับทราบจากคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงินต่อต้านการก่อการร้าย (FATF) ว่าได้ปรับอันดับการเฝ้าระวังประเทศไทย จากประเทศที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด มาเป็นเฝ้าระวัง
ทั้งนี้ FATF จะส่งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบความคืบหน้าว่าประเทศไทยได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. 2556 หรือไม่ หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพิ่มกำลังคนเพื่อตรวจสอบการฟอกเงินเป็น 145 คน
นายชาติศิริ โสภณพนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันการฟอกเงิน ทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งเมื่อกฎเกณฑ์เป็นอย่างไร ภาคสถาบันการเงินก็ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกับทั่วโลกเพื่อให้การค้าขายและการลงทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยและคู่ค้ามีความคล่องตัว







