posttoday
ASPเขย่งเป้ากำไรพุ่ง50%

ASPเขย่งเป้ากำไรพุ่ง50%

12 มีนาคม 2556

วอลุมโป่งตามตลาดรวมทุกธุรกิจสดใสบล.วิ่งมาหลายวันพี/อีไม่ถึง 20 เท่า

วอลุมโป่งตามตลาดรวมทุกธุรกิจสดใสบล.วิ่งมาหลายวันพี/อีไม่ถึง 20 เท่า

ASP เพิ่มเท่าตัว “ก้องเกียรติ” ปรับเป้ากำไรก่อนภาษีปีนี้ โตกระฉูด 40-50% จากเดิมคาดไว้แค่ 20%

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมหลักทรัพย์ดีขึ้นตามตลาดหุ้นโดยรวม โดยในช่วง 2 เดือนแรกนี้ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 52,480 ล้านบาทต่อวัน และผ่าน ASP จำนวน 4,599 ล้านบาทต่อวัน หรือโตขึ้นเท่าตัว จากเฉลี่ยทั้งปี 2555 อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท และผ่าน ASP จำนวน 2,313 ล้านบาทต่อวัน

ขณะที่อัตราค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชัน) โดยเฉลี่ยยังรักษาในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 0.186% ซึ่งหากบรรยากาศการซื้อขายยังดีอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้ว่ากำไรก่อนหักภาษีของ ASP ในปีนี้น่าจะทำได้สูงถึง 40-50% จากก่อนหน้านี้ประเมินว่าจะโต 20% เท่านั้น

นอกจากนี้ ธุรกิจอื่นๆ ยังมีการเติบโตที่ดีตามอุตสาหกรรม ทั้งการรับบริหารจัดการ เงินลงทุน และธุรกิจวาณิชธนกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรวม 22 ดีล แบ่งเป็น หุ้นเข้าจดทะเบียนใหม่ 13 ดีล หุ้นการขายหุ้นเพิ่มทุน (พีโอ) 2 ดีล และรับเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน 7 ดีล โดยงานเหล่านี้ยังไม่นับรวมกับงานใหม่ที่รับในปีนี้

สำหรับธุรกิจการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหุ้น (มาร์จินโลน) แม้ว่าขณะนี้โบรกเกอร์หลายๆ แห่งจะหยุดให้มาร์จิน แต่ ASP ยังคงให้สินเชื่ออยู่ โดยมติคณะกรรมการได้ให้วงเงินปล่อยมาร์จินสูงถึง 4,000 ล้านบาท ตามฐานทุนใหญ่ และขณะนี้ยอดมาร์จินเพียงเฉียดระดับวงเงินดังกล่าว ยังไม่ถึงระดับต้องระงับการให้สินเชื่อ

ทั้งนี้ บริษัทดำรงเงินกองทุนต่อสภาพคล่องสินทรัพย์สุทธิ (NCR) ที่ 50-60% ในทุกวัน และไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน เพราะยังมีความสามารถในการระดมทุนทางด้านอื่น เช่น การออกตั๋วเงินระยะสั้น (บีอี) จากปัจจุบันมีอัตราหนี้สินต่อทุนไม่สูงประมาณ 1 เท่า

ด้านนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า ปัจจุบันทั้งระบบมีการปล่อยมาร์จินโลนประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โตอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่คงไม่โตไปจากนี้มากนัก เพราะโบรกเกอร์หลายแห่งได้ปล่อยสินเชื่อใกล้เต็มวงเงินแล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่ถึงกับต้องกังวลเพราะบริษัทแต่ละแห่งสามารถบริหารจัดการได้ ในส่วนของ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เองนั้น ขณะนี้มียอดมาร์จินระดับ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่ผ่านมามีประมาณ 900 ล้านบาท และยังสามารถปล่อยได้อีก

ด้านหุ้นหลักทรัพย์ยังคงได้รับความสนใจต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย บล.โอเอสเค (ประเทศไทย) หรือ OSK ราคาขยับขึ้นแรงที่สุด 23.38% หรือ 0.72 บาท ปิดที่ 3.80 บาท แต่มูลค่าการซื้อขายบางตาไม่ถึง 1 ล้านบาท และเป็นหุ้นที่มีสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) นับไม่ได้ เนื่องจากในปี 2555 บริษัทมียอดขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาท

ขณะที่หุ้น บล.เกือบทั้งหมดมี พี/อี ไม่ถึง 20 เท่า ยกเว้นบริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ บล.โกลเบล็ก มี พี/อี สูงกว่า 97 เท่า ข้อมูล ณ วันที่ 8 มี.ค. 2556

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน