
ทีวีช็อปปิ้งแข่งเดือดทะลุจอ
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ตลาดทีวีช็อปปิ้งส่อแนวโน้มว่าจะกลายเป็นสมรภูมิที่มีการแข่งขันรุนแรง
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ตลาดทีวีช็อปปิ้งส่อแนวโน้มว่าจะกลายเป็นสมรภูมิที่มีการแข่งขันรุนแรง
เรียกว่าจอร้อนแน่ๆ จากการที่มี 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ เซ็นทรัล ไอ.ซี.ซี.ฯ และซูมิโตโม ผู้นำธุรกิจทีวีช็อปปิ้งญี่ปุ่น ผุดช่อง ช็อป แชนแนล ขึ้นมา นำสินค้า 150-200 รายการ ปูพรมช่วงแรกก่อน จุดเด่นของช็อป แชนแนล จะเน้นจัดเป็นรายการสดตลอด 24 ชั่วโมง โดย ยุวดี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล ตั้งเป้า 5 ปี โค่น ทีวีไดเร็ค กวาดรายได้ 3,000 ล้านบาท
สำหรับอีกหนึ่งค่ายยักษ์ในตลาดทีวีช็อปปิ้ง ที่ปีนี้จะรุกตลาดเพิ่มมากขึ้น นั่นคือ โอ ช้อปปิ้ง โดยบริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ร่วมทุนกับบริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งหลังจากดำเนินธุรกิจมาได้ 8 เดือนเศษ โดย “โอ ช้อปปิ้ง ทูเกตเตอร์” จะเน้นจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายทั้งเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม รวมถึงการเปิดตัวแค็ตตาล็อก “โอแมกกาซีน” และจะนำสินค้าจากเซเลบริตีเข้ามาจำหน่ายมากขึ้น พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรก ตั้งเป้า 5 ปี จะมียอดขาย 3,000 ล้านบาท
เอกชนจี้รัฐสร้างเชื่อมั่นไฟฟ้า
ขณะที่วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น ทำให้ภาคเอกชน อาทิ มิตรผล เครือสหกรุ๊ป กิฟฟารีน โค้ก รวมพลัง จี้ภาครัฐสร้างความเชื่อมั่นเรื่องไฟฟ้าเดือน เม.ย.นี้ ที่หวั่นเกรงว่าจะเกิดวิกฤตขาดแคลนพลังงาน เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับอนาคตอุตสาหกรรมไทย และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 ที่จะมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น โดยต้องการให้รัฐบาลลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และหันมาลงทุนหรือสนับสนุนเอกชนลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทน
ไทเกอร์พร้อมลุยสิงห์
ต่อด้วยสมรภูมิฟองเบียร์มูลค่าแสนล้าน โดย เบียร์ไทเกอร์ ประกาศตัวลุยทำตลาดเต็มที่ หลังจากการเข้ามาทำตลาดในไทย 8 ปี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความชัดเจนกรณีไฮเนเก้นเข้าซื้อหุ้นบริษัท เอเชีย แปซิฟิก บริวเวอรี่ (เอพีบี) เจ้าของเบียร์ไทเกอร์ โดยนับจากนี้จะเดินหน้าทำตลาดต่อเนื่อง เริ่มจากปีนี้ที่ใช้งบการตลาดกว่า 100 ล้านบาท ชูกลยุทธ์มิวสิกแอนด์อาร์ต มาร์เก็ตติง แพลตฟอร์ม และสปอร์ต มาร์เก็ตติง แพลตฟอร์ม ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งจาก 6% ปีนี้เป็น 10% ในอีก 3 ปีข้างหน้าจากตลาดเบียร์สแตนดาร์ดมูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ที่มีเบียร์สิงห์เป็นผู้นำตลาด
โค้กลั่นกลองขึ้นแชมป์น้ำดำ
ขณะที่ตลาดน้ำอัดลมก็มีความเคลื่อนไหวคึกคักในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการที่ค่ายโค้กออกมาประกาศครองแชมป์น้ำดำเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี หลังจากเสียแชมป์ให้กับเป๊ปซี่ในปี 2543 โดยกวาดแชร์ 50% ในตลาดน้ำดำ และเป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลมโดยรวมด้วยส่วนแบ่ง 55.5% พร้อมทุ่มงบ 4,000 ล้านบาท จากแผนลงทุน 3 ปี 1.4 หมื่นล้านบาท ขยายกำลังการผลิตโรงงานน้ำทิพย์และหาดทิพย์เพิ่มขึ้น 35% พร้อมกับตอกย้ำการเป็นแชมป์ตลาดน้ำอัดลม
ร้องราคาประมูลทีวีดิจิตอล เกาะติดการประมูลทีวีดิจิตอล ที่กลุ่มผู้ประกอบการต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงราคาประมูล โดย มานพ โตการค้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอพีเอ็มทีวี มองว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่าราคาช่องทั่วไปเริ่มต้นไม่น่าจะเกิน 300 ล้านบาท แต่ราคากลับพุ่งถึง 500 ล้านบาท และหลายบริษัทยังรอความชัดเจนก่อนร่วมวงชิงเค้กทีวีดิจิตอล ขณะที่ค่าย วอยซ์ ทีวี รอผลสรุปราคาของทีวีดิจิตอลจากการประชุม กสทช. ในวันจันทร์ที่ 11 มี.ค.อีกครั้ง เพราะยังมีตัวแปรอื่นๆ
เปิดกรุประมูลที่ รร.เตรียมทหาร
สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการเปิดประมูลที่ดินบางส่วนของโรงเรียนเตรียมทหารเก่า 88 ไร่ ของบริษัท ทุนลดาวัลย์ ในเครือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ระยะเวลา 30 ปี และมีสิทธิการเช่าต่ออีก 30 ปี จากทั้งหมด 127 ไร่ ที่ยังหอมหวานสำหรับนักลงทุน จากก่อนหน้านี้กลุ่มเซ็นทรัลเคยชนะการประมูลที่ดินบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการส่งมอบพื้นที่ โดยแหล่งข่าวจากเครือเซ็นทรัลเปิดเผยว่า กลุ่มเซ็นทรัล ผู้รับสิทธิการเช่าที่ดิน 40 ไร่ในพื้นที่ดังกล่าว ยังคงยึดตามข้อตกลงทางธุรกิจเดิม (เอ็มโอยู) และวางแผนไว้ว่าจะพัฒนาพื้นที่โครงการภายใต้แนวคิด เซ็นทรัล อิน เดอะ ปาร์ค ประกอบด้วยศูนย์การค้าและโรงแรม
ขณะที่คนวงการซื้อขายที่ดิน กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) ประเมินว่า ที่ดินแปลงนี้ราคาซื้อขายตารางวาละ 1-1.2 ล้านบาท แต่ถ้าเป็นที่เช่า 30 ปี ราคาค่าเช่าน่าจะอยู่ที่ 35-40% ของราคาขาย หรือประมาณ 3.5-4 แสนบาทต่อตารางวา หรือมูลค่าทั้งแปลงประมาณ 1.2-1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากโครงการนี้เสร็จจะมีมูลค่าลงทุนรวมกว่าแสนล้านบาท ส่วน ศิริรัตน์ วงศ์วัฒนา รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มสนับสนุน บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า เป็นที่ดินที่น่าสนใจ และเชื่อว่าจะมีนักลงทุนหลายรายสนใจ
เปิดโกลเด้นแลนด์ในร่มเงา ‘เจริญ’
ต่อด้วยความเคลื่อนไหวของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือโกลเด้น แลนด์ ที่กลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เพิ่งซื้อกิจการไปตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ออกมาประกาศแผนการลงทุนที่ชัดเจนอีกครั้ง โดยวางแผนปีแรก ปรับพื้นฐานทางการเงิน และวางระบบต่างๆ ส่วนในปีที่ 2 จะเริ่มเข้ามาดูสินทรัพย์ต่างๆ และเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการที่ดำเนินการอยู่ รวมถึงแผนลงทุนพัฒนาโครงการไผ่สิงโต ซึ่งจะเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ แบ่งเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่และโรงแรม ความสูง 25 ชั้น บนเนื้อที่ 8 ไร่ มูลค่าโครงการ 4,700 ล้านบาท โดยจะใช้งบลงทุนอีก 2,000 ล้านบาท และที่ดินบริเวณโกดังอินซ์เคป 30 ไร่ อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบพัฒนา
นอกจากนี้ โกลเด้น แลนด์ จะกลับมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายที่เป็นแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ อีกครั้ง ปีละ 3-4 โครงการ แต่จะปรับตำแหน่งสินค้าใหม่จากที่ทำแต่โครงการ 20-30 ล้านบาท ลงมาทำในตลาดที่มีดีมานด์สูง คือ ตลาดระดับกลาง เช่น บ้านเดี่ยว จะราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ อยู่ที่ 2-3 ล้านบาท ส่วนที่ดินเปล่าและสนามกอล์ฟในต่างจังหวัดที่มีอยู่อีกหลายแปลงจะขายออกไป เพราะถือว่าไม่ใช่ธุรกิจหลัก ส่วนปีที่ 3 โกลเด้น แลนด์ ตั้งเป้ามีกำไร ซึ่งมาจากรายได้ที่ตั้งไว้ 5,000 ล้านบาท
อสังหาฯ หน้าใหม่โหมลุยโครงการ
ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการน้องใหม่ และรายกลาง ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างประกาศโหม หนักในช่วง 1-2 ปีนับจากนี้ โดยกลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจ ที่พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในนาม บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวล ลอปเม้นท์ เตรียมงบซื้อที่ดินกว่า 730 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการในปี 2557 เน้นทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเส้นทางใหม่ พร้อมจะพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้ครบทุกประเภท ทั้งแนวราบ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และแนวสูง อาคารโลว์ไรซ์ และอาคารไฮไรซ์ ส่วนกลุ่มเคแลนด์ ปีนี้เปลี่ยนจากเสือหลับลุกมาลุยเปิดโครงการใหม่ถึง 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.19 หมื่นล้านบาท มากที่สุดในรอบ 5 ปี
ขณะที่วงการค้าปลีกวัสดุก่อสร้างปีนี้ การแข่งขันดุเดือด รับกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงการมีผู้เล่นรายใหม่ อย่างโฮมโปรที่เปิดตัว เมกา โฮม ค้าปลีกค้าส่งแบบโอเพนแอร์ เจาะกลุ่มผู้รับเหมา ที่ปลุกกระแสการแข่งขันให้สูงขึ้น







