
รง.แห่ตึ๊งเครื่องจักรขยายลงทุนรับศก.ฟื้น
โพสต์ทูเดย์
— โรงงานหวังเพิ่มสภาพคล่อง แห่นำเครื่องจักรไปจำนอง 2 เดือนแรก 3,585 เครื่อง มูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาทนายศุภชัย ศิริวัฒนเจริญชัย รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้นักธุรกิจไทยและต่างประเทศเริ่มมั่นใจในการขยายการลงทุนอย่างมาก เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็ง และฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี (ม.ค.ก.พ. 2553) มีโรงงานนำเครื่องจักรจำนวน 3,585 เครื่อง ไปจำนองกับสถาบันทางการเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง เพิ่มทุน และขยายกิจการรวมมูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.8 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การนำเครื่องจักรมาจำนองทางสถาบันการเงินจะให้วงเงิน 6070% ของมูลค่าเครื่องจักร ซึ่งหลังจำนองโรงงานจะสามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ แต่หากไม่สามารถชำระหนี้ได้เครื่องจักรจะถูกยึด โดยการที่มีผู้ประกอบการนำเครื่องจักรไปจำนองมากขึ้น เพื่อรองรับยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่างจากปีก่อนที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องประคองกิจการให้อยู่รอด จึงชะลอแผนการลงทุน เพราะไม่มั่นใจว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะยาวนานแค่ไหน
“
จากการสอบถามไปยังโรงงานส่วนใหญ่เห็นว่าในปีนี้การขอสินเชื่อทำได้ง่ายขึ้น ต่างจากปีก่อนที่สถาบันทางการเข้มงวดมาก เพราะกังวลว่าโรงงานจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด” นายศุภชัย กล่าวนอกจากนี้ กรมเตรียมหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ของโรงงานอุตสาหกรรมของไทย เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือให้ภาคเอกชนมีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ โดยเบื้องต้นกรมจะช่วยเหลือผู้ประกอบการเต็มที่ตามที่มีอำนาจอยู่ เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมแก่โรงงานซึ่งปัจจุบันกระทรวงยกเว้นให้ 1 ปี ซึ่งจะหมดอายุเดือน พ.ค.นี้ อาจจะต่อเวลาเพิ่มให้อีก 1 ปี เป็นต้น
รายงานข่าวจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม แจ้งว่า เดือน มี.ค. 2553 กรมอนุญาตให้โรงงานประกอบกิจการ 311 ราย มูลค่า 1.77 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8,600 ล้านบาทบาท โดยจังหวัดแพร่มีมูลค่ามากสุด 4,501 ล้านบาท สงขลา 2,202 ล้านบาท สระบุรี1,349 ล้านบาท ชัยนาท 919 ล้านบาท และ ชลบุรี 891 ล้านบาทแสดงให้เห็นว่าแม้เป็นช่วงที่ประเทศไทยประสบปัญหาการประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงแต่ก็ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นใจการลงทุน
ทั้งนี้หากรวม 3 เดือน (ม.ค.มี.ค.2553) มี 842 ราย วงเงินลงทุน 4.3 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 2 หมื่นล้านบาท โดยสระบุรีเป็นจังหวัดที่มีการลงทุนมากสุด 6,039 ล้านบาท แพร่ 4,722 ล้านบาท นครปฐม 3,323 ล้านบาท สุโขทัย 2,894 ล้านบาท และ ระยอง 2,618 ล้านบาท







