
อย่ากร่าง
วันนี้อยากถ่ายทอดแนวคิดในการทำธุรกิจของ ชาลี รัตนวชิรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท น้ำหนึ่ง ผู้ผลิตเสื้อยืดแบรนด์ “เป่า ยิ้ง ฉุบ” ต่ออีกสักหน่อย เพราะให้แง่คิดสำหรับผู้ต้องการทำธุรกิจของตัวเอง
วันนี้อยากถ่ายทอดแนวคิดในการทำธุรกิจของ ชาลี รัตนวชิรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท น้ำหนึ่ง ผู้ผลิตเสื้อยืดแบรนด์ “เป่า ยิ้ง ฉุบ” ต่ออีกสักหน่อย เพราะให้แง่คิดสำหรับผู้ต้องการทำธุรกิจของตัวเอง
ชาลี เริ่มต้นทำธุรกิจเสื้อยืดแบรนด์ เป่า ยิ้ง ฉุบ ด้วยตัวเอง เย็บเอง ขายเอง เพราะไม่ต้องการเป็นลูกจ้าง จนธุรกิจเติบใหญ่ขายได้ปีละเกือบ 200 ล้านบาท ระหว่างทางล้มลุกคลุกคลานหลายครั้ง แต่ละครั้งให้บทเรียนการทำธุรกิจที่ดีและก้าวข้ามไปต่อได้
แรกทีเดียว เป่า ยิ้ง ฉุบ เริ่มจากขายเสื้อยืดเด็ก แต่พอเจอแบรนด์ลิขสิทธิ์เข้ามา ก็โดนตีตลาด จึงต้องปรับเปลี่ยนจากเสื้อยืดเด็ก มาเป็นเสื้อยืดสำหรับครอบครัว ใส่ได้ทั้งพ่อ แม่ ลูก และสร้างคีย์เวิร์ด หรือ คำสำคัญมาเป็นแม่เหล็ก เช่น เสื้อครอบครัวอบอุ่น เป็นต้น
เสื้อยืดแนวดังกล่าว หรือเรียกว่าเสื้อยืดตามเทศกาล ขายดีมาก ตั้งแต่ หลังวิกฤตปี 2540 เป็นต้นมา ขายดีหลักแสนตัว จนกระทั่งมาปี 2548-2549-2550 ช่วงเข้าสู่สงครามสีเสื้อ การค้าขายเริ่มประสบปัญหา แต่ย่ามใจหวังว่าจะขายเสื้อได้หลักแสนตัวเหมือนที่ผ่านมา จึงยังผลิตในอัตราเดิม
เมื่อขายไม่ได้ดังเดิม ผลที่เกิดขึ้น คือ สต๊อกบานเบอะเกือบล้านตัว ยอดขายร่วงจาก 200 เหลือ 100 กว่าล้านบาท บทเรียนครั้งนั้น ชาลี บอกคำเดียวว่ามาจากอาการกร่างของตัวเอง ใจใหญ่คิดว่าขายได้แน่
สุดท้ายเมื่อไปต่อไม่ได้ ต้องลดคน ลดเงินเดือน โอทีพนักงาน ที่เหลืออยู่ร่วมแรงร่วมใจ อดทน จนฝ่าวิกฤตมาด้วยกันได้
ดังนั้น เมื่อฟื้นอีกครั้ง ชาลี ย้ำว่า อาการกร่างแบบที่เคยเป็นมา จะไม่เห็นอีกแล้ว ขณะเดียวกันจะดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังมากขึ้น ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่บุ่มบ่าม แม้จะขายดี แต่ก็จะทำอย่างพอเพียง
หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นแนวทางที่ดีในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก เพราะที่รอดมาได้ในช่วงวิกฤตหลายปีที่ผ่านมา ก็ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง และหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวที่ดีสำหรับทุกคน
ทั้งนี้ ชาลี จะใช้หลักการเดียวกันนี้ในการบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีที่ยึดเหนี่ยวเดียวกัน คือ พระพุทธศาสนา เป่า ยิ้ง ฉุบ จะทำเสื้อวิถีพุทธไปขายในพม่า ลาว กัมพูชา โดยจะใช้ภาษาของแต่ละประเทศ ในการพิมพ์ลงบนเสื้อ เพราะ ชาลี เชื่อว่าการขยายธุรกิจไปยังเพื่อนบ้าน ต้องเป็นการ สร้างเครือข่าย ไม่ควรเข้าไปครอบงำ ต้องเคารพซึ่งกันและกัน เพราะต่างมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน
สำหรับคนที่จะขยายธุรกิจไปยังเพื่อนบ้าน ต้องมองในมิติทางสังคม และวัฒนธรรมให้มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่ถือว่ามีเงินก็ทุ่มเข้าไปได้ เพราะอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด สุดท้ายการคิดอย่างละเอียดรอบคอบ ประมาณศักยภาพตัวเอง ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการทั้งที่เริ่มต้นใหม่ หรือดำเนินธุรกิจมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะเมื่อเจอปัญหา สิ่งที่จะทำให้เดินต่อได้ คือ จงมีสติเข้าไว้







