
ดึงเว็บเทศดันยอดรายย่อย
คุยพันธมิตรเกาหลี-ฮ่องกง-ญี่ปุ่นช่วยหวังธุรกิจออนไลน์พุ่ง 50 ล้านปีนี้
คุยพันธมิตรเกาหลี-ฮ่องกง-ญี่ปุ่นช่วยหวังธุรกิจออนไลน์พุ่ง 50 ล้านปีนี้
พาณิชย์หนุนเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ใช้ออนไลน์จับลูกค้าทั่วโลก พร้อมจับมือเว็บดัง เกาหลี ญี่ปุ่น ร่วมทำตลาด
นางอารดา เฟื่องทอง หัวหน้ากลุ่มงานบริหารพาณิชย์ดิจิตอล สำนักพาณิชย์ดิจิตอลและสารสนเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อยากให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ www.thaitrade.com เพราะเป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการของรัฐและลูกค้าต่างชาติให้ความเชื่อถือ
ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2556 จะมีผู้ประกอบการไทยเข้ามาสมัครเว็บไซต์ www.thaitrade.com ให้ครบ 1 หมื่นราย จากปีก่อนมีจำนวน 7,400 คน ส่วนผู้ซื้อต่างประเทศคาดว่าจะเพิ่มรายใหม่ได้อีก 1 หมื่นคน จากปีก่อนมีจำนวน 2.8 หมื่นคน ส่วนการจับคู่ธุรกิจใหม่จะมีจำนวน 200 คู่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่มาจากอาเซียน จีน อินเดีย สหรัฐ และเกาหลีประกอบกับไม่มีค่าใช้จ่ายเข้ามาสมัคร แตกต่างจากไปร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายออกงานต่อครั้ง 12 แสนบาท
ปัจจุบันผู้ซื้อจากทั่วโลกจะใช้ออนไลน์ เพื่อค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าในสัดส่วนถึง 99% สำหรับปีนี้กระทรวงพาณิชย์จะจับมือกับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของต่างประเทศ ทั้งกับเว็บไซต์คิต้า (kita) ของประเทศเกาหลี และจับมือกับเว็บไซต์ www.hktdc.com ของฮ่องกง เพื่อร่วมกันเป็นพันธมิตรธุรกิจและเพิ่มช่องทางการตลาด
ขณะเดียวกันกำลังเจรจากับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ราคูเทน (Rakuten) เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการพัฒนาช่องทางออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คาดว่าจะเริ่มโครงการในช่วงกลางปีนี้
นายมีชัย บุณยะมาน นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีแนวทางให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยไปตลาดโลกทั้งมุ่งให้มีความรู้ หาพันธมิตรเพื่อช่วยเหลือด้านการเงิน พัฒนาช่องทางขนส่งในประเทศ และจับมือกับพันธมิตรอีคอมเมิร์ซในต่างประเทศ
ขณะเดียวกันศักยภาพของเอสเอ็มอีไทยมีโอกาสขยายส่งออกในประเทศและต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะตลาดเออีซี เพราะมีต้นทุนขนส่งและการทำตลาดถูก ซึ่งประเมินว่าในปีนี้มูลค่าการค้าของไทยกับประเทศอาเซียนจะสูงถึง 1 ล้านล้านบาท จากปีก่อนที่มีมูลค่ากว่า 9.1 แสนล้านบาท
นายภาณุ เชาว์ปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิสซิเนส แอคคิวเมน ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ เอสเอ็มอี กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่สนใจใช้ช่องทางออนไลน์ เพื่อเปิดตลาดสินค้าสู่ตลาดโลกจะต้องมีความพร้อมของบริษัทมากที่สุด หลังจากนั้นต้องใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อสื่อสารไปยังผู้บริโภค และต้องมีเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลเว็บไซต์โดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่เจรจากับผู้ซื้อต่างประเทศได้รวดเร็ว
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่เข้ามาอยู่ในเว็บไซด์ www.thaitrade.com แล้วต้องสร้างเว็บไซด์ของตัวเองด้วย ซึ่งเงินลงทุนสร้างเว็บไซด์จะเริ่มต้นที่ 1 หมื่นบาทสามารถซื้อขายออนไลน์ได้ และมีช่องทางออนไลน์ผ่านสื่ออื่นๆ เช่น ยูทูป หรือ เว็บไซด์ชื่อดังต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาค้นหาข้อมูลเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งการทำธุรกิจออนไลน์ จะมีต้นทุนทำธุรกิจถูกสุดเมื่อเทียบกับการเปิดร้าน รวมทั้งต้องออกแบบเว็บไซด์ต้องทำให้มีสีสัน โดดเด่น ให้ลูกค้าเข้าใจมากขึ้น







