
ขู่ใช้ก๊าซทะลักเจอค่าไฟแพง
แนวโน้มราคาดึงต้นทุนขึ้น 50 สต./ปีเล็งรื้อแผนพีดีพีให้ผุดโรงไฟฟ้าเพิ่ม
แนวโน้มราคาดึงต้นทุนขึ้น 50 สต./ปีเล็งรื้อแผนพีดีพีให้ผุดโรงไฟฟ้าเพิ่ม
“พงษ์ศักดิ์” ชี้ค่าไฟจะขึ้น 50 สต.ทุกปี หากยังใช้ก๊าซสูง เล็งทบทวนแผนผุดโรงไฟฟ้าใหม่
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อเรื่อง “ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าไทย” ว่า การวางแผนด้านพลังงานต้องมองในระยะยาว ทั้งเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน และค่าไฟฟ้าที่จะตามมา ซึ่งต้องยอมรับว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนที่สูงเช่นในปัจจุบัน จะมีต้นทุนที่สูงทุกปี ตามแนวโน้มราคาก๊าซในตลาดโลก
ทั้งนี้ หากยังคงพึ่งพิงก๊าซในการผลิตเป็นหลัก โดยเฉลี่ยค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) จะปรับขึ้นปีละ 50 สต./ปี แต่ถ้าเป็นเชื้อเพลิงอื่นๆ ยังมีความยืดหยุ่นของราคาอยู่บ้าง ขณะเดียวกันแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะหมดลงในอีก 10 ปีข้างหน้า ต้องมองหาแหล่งพลังงานอื่นไว้รองรับ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาภาครัฐใช้นโยบายตรึงค่าเอฟทีในการคำนวณค่าไฟในแต่ละงวด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เป็นผู้รับภาระต้นทุนในส่วนนี้
นอกจากนี้ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2555-2573 (พีดีพี) จะต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 3.2 หมื่นเมกะวัตต์ เป็น 52,256 เมกะวัตต์ ในปี 2573 ดังนั้นต้องสร้างกำลังผลิตไฟฟ้าอีกกว่า 2 หมื่นเมกะวัตต์ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในอนาคต
“ในการทบทวนแผนพีดีพี จะต้องมองถึงความเป็นไปได้ของการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ด้วย เพื่อให้มีความชัดเจนและไม่ส่งผลกระทบต่อกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จึงเป็นโอกาสที่ดีหากจะผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน รองรับจำนวนประชากรในอาเซียนกว่า 250 ล้านคน เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพภูมิศาสตร์ที่ตั้งที่มีศักยภาพ จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างโครงข่ายไฟฟ้าของไทยให้มีความพร้อม ตลอดจนการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไว้ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฮับการซื้อขายไฟฟ้าในอาเซียน
ทั้งนี้ ไทยจะเป็นศูนย์กลางหรือฮับด้านไฟฟ้าได้หรือไม่ คงต้องใช้เวลา เพราะปัจจุบันการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในประเทศยังถูกต่อต้าน ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมีความพร้อมในการสร้างโรงไฟฟ้ามากกว่า อย่าง สปป.ลาว ประกาศจะเป็นแบตเตอรี่ของภูมิภาค เปิดให้มีการลงทุนโรงไฟฟ้าทุกรูปแบบ ส่วนพม่า เขมร เวียดนาม ก็มีความคิดเดียวกัน โดยเฉพาะเวียดนามได้เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปแล้ว
สำหรับปัญหาการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากพม่า นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสที่ต้องมาทบทวนโครงสร้างการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่เหมาะสม แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ทำให้ค่าไฟฟ้าฐานสูงเกินไปจนกระทบกับภาคอุตสาหกรรมและประชาชน โดยถ่านหินถือเป็นต้นทุนเชื้อเพลิงที่ถูก แต่มีปัญหาถูกการต่อต้าน ซึ่งต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้รับ หากไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศได้ ก็ต้องไปสร้างนอกประเทศ ซึ่งตอนนี้มีหลายประเทศที่มีความพร้อมมากกว่า
นอกจากนั้น ยังเห็นกับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ยังมีอุปสรรคเรื่องข้อกฎหมายการขอใบอนุญาตติดตั้ง ส่วนการปลูกหญ้าเนเปียร์เพื่อผลิตก๊าซ กำลังจัดทำแผนเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)







