posttoday
กสอ.อัดงบยกระดับ9ธุรกิจ

กสอ.อัดงบยกระดับ9ธุรกิจ

06 มีนาคม 2556

ปี’57 ตั้งเป้าหมายใช้กว่า 2 พันล้านเร่งหาเงินกู้เสริมสภาพคล่อง

ปี’57 ตั้งเป้าหมายใช้กว่า 2 พันล้านเร่งหาเงินกู้เสริมสภาพคล่อง

กสอ.ยกระดับ 9 กลุ่มเอสเอ็มอี 9 รับเออีซี พร้อมดึงแบงก์รัฐเอกชนเสริมสภาพคล่องผลกระทบค่าแรง

นายโสภณ ผลประสิทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า ปี 2556 กสอ.มีแผนพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจ 9 สาขา ที่มีศักยภาพขยายทั้งด้านการค้าและการลงทุนและมีความสามารถรับมือการแข่งขันที่จะสูงขึ้นหลังการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558

สำหรับ 9 กลุ่มธุรกิจที่อยู่ในเป้าหมายการส่งเสริมนั้น ประกอบด้วย อุตสาหกรรม เกษตรแปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ ไม้และเครื่องเรือน สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าไลฟ์สไตล์ ก่อสร้าง รองเท้าและเครื่องหนัง

ทั้งนี้ กสอ.ใช้งบประมาณสำหรับการส่งเสริมผู้ประกอบการอยู่ที่ 500-600 ล้านบาท จากงบประมาณรวมของกรมที่กว่า 1,000 ล้านบาท และปี 2557 ที่ต้องเร่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนมากขึ้นทำให้ กสอ. ของบประมาณรวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้งบประมาณยกระดับผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาททั่วประเทศนั้น กสอ.อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ซึ่งล่าสุดพบว่าการปิดกิจการยังอยู่ในระดับปกติ ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือการขาดสภาพคล่องเนื่องจากต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น

ขณะนี้ผู้ประกอบการยังคงประสบกับปัจจัยลบหลายด้านทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และต้นทุนค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้น

กสอ.จึงช่วยเหลือด้วยการดึงสถาบันการเงินทั้งรัฐและเอกชนเข้ามาให้สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนยากเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่

“กรมให้การสนับสนุนด้านสภาพคล่องโดยการหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ ทั้งส่วนของรัฐบาลที่ให้งบประมาณมา 2 หมื่นล้านบาท และปล่อยผ่านเอสเอ็มอีแบงก์กว่าพันล้านบาท และดึงธนาคารอื่นๆ เข้าร่วม เช่น เอ็กซิมแบงก์ ออมสิน ไทยพาณิชย์ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีเพราะแต่ละแห่งมีแคมเปญที่พร้อมจะเข้าร่วมโครงการได้อยู่แล้ว” นายโสภณ กล่าว

สำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรมรองเท้าและเครื่องหนัง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่แรงงานไทยมีศักยภาพในการผลิตสินค้า แต่มีแนวโน้มลดลงจากปี 2544-2549 ที่ผลิตอยู่ 27 ล้านคู่ต่อปี ลดลงเหลือ 19 ล้านคู่ในปี 2552-2554 และ 13.7 ล้านคู่ต่อปี ในปี 2555 ยอดการผลิตและส่งออกต่ำกว่าเวียดนามอยู่ 3 เท่าตัว กสอ.จึงกำหนดให้รองเท้าและเครื่องหนังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

นายครรชิต จันทนพรชัย นายกสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมรองเท้าไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ทำให้ต้นทุนค่าแรงปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 30% ของต้นทุนรวม จากปกติที่อยู่ประมาณ 20% ผู้ประกอบการต้องปรับตัวลดต้นทุนและหันมาผลิตเพื่อขายเอง ทำให้ 50-60% หรือรับผลิต รองเท้าแฟชั่นหรือรับผลิตรองเท้าแฟชั่นแบรนด์ดังที่ได้มาร์จิ้น 10-15% แทนการรับจ้างผลิตรองเท้าบางประเภท เช่น รองเท้ากีฬาที่มีกำไรต่ำเพียง 5% เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค