
ปั้นงบ'57 ทะลุ 1.9 แสนล. ติดอาวุธเกษตรไทยสู้ศึกเออีซี
โดย...สิทธิณี ห่วงนาค
โดย...สิทธิณี ห่วงนาค
ตัวเลขงบประมาณปี 2557 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอขอรับการจัดสรรต่อรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีจำนวนเงินสูงถึง 199,205 ล้านบาท มากกว่างบปี 2556 ถึง 158% ที่ได้รับการจัดสรร 77,137 ล้านบาท โดยเมื่อพิจารณาดูพบว่างบประมาณส่วนใหญ่จะใช้ไปในการพัฒนาภาคเกษตรของไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันและรองรับปัญหาการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ทั้งนี้ งบประมาณส่วนสำคัญคืองบประมาณเพื่อดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล วงเงินขอจัดสรรถึง 83,378.13 ล้านบาท โดยมีโครงการสำคัญหนึ่งคือ โครงการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจเกษตรในสินค้าสำคัญ หรือ โซนนิ่ง ที่รัฐบาลกำลังหมายมั่นปั้นมือจะผลักดันให้เกิดขึ้น
ยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การจัดงบประมาณในปีหน้า รัฐบาลมีนโยบายให้จัดตามยุทธศาสตร์และโครงการของรัฐที่สำคัญ จากวงเงินดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯ ได้แบ่งเป็น งบประมาณด้านยุทธศาสตร์ 8 ด้าน ที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล วงเงิน 83,378.13 ล้านบาท รองลงมาคืองบประมาณสำหรับนโยบายของรัฐบาล 66,492 ล้านบาท ในขณะที่ภารกิจพื้นฐานตั้งงบประมาณไว้ 26,433 ล้านบาท งบใช้จ่ายประจำ 21,637 ล้านบาท และเพื่อการชำระหนี้ 1,264 ล้านบาท
สำหรับโครงการสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายที่จะดำเนินการใน 8 โครงการ วงเงิน 8.3 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ 1 หมื่นล้านบาท 2.โครงการเกษตรเมืองสีเขียว 3,700 ล้านบาท 3.โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง 2,200 ล้านบาท 4.โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน 2.3 หมื่นล้านบาท 5.โครงการเพิ่มศักยภาพด้านสินค้าเกษตรชายแดนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 226 ล้านบาท 6.โครงการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชรองรับประชาคมอาเซียน 1,800 ล้านบาท 7.โครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 3.7 หมื่นล้านบาท และ 8.โครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงานภาคเกษตร 4,000 ล้านบาท
“ทั้ง 8 โครงการถือเป็นโครงการสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯ เห็นว่าจำเป็น เพื่อพัฒนาภาคเกษตรให้มีศักยภาพในการแข่งขันและรองรับเออีซี ต้องมีการปรับตัวเพื่อจะได้แข่งขันกับนานาประเทศได้เมื่อมีการเปิดเสรีการค้าเต็มรูปแบบ โดยเป้าหมายสำคัญคือต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.8 แสนบาทต่อครัวเรือนต่อปี”
สำหรับโครงการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจเกษตรในสินค้าสำคัญหรือโซนนิง ที่รัฐบาลหมายมั่นผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้นั้น จะเป็นการปรับระบบการผลิตในประเทศครั้งใหญ่ ที่จะเข้าไปดูว่าศักยภาพในการปลูกพืชสำคัญของไทยแต่ละชนิดที่สำคัญอยู่ที่ไหน มีปริมาณเท่าไร และเชื่อมโยงกับผู้รับซื้อและผู้แปรรูปเข้าด้วยกัน เพื่อลดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมากขึ้น สร้างรายได้เพิ่มขึ้น ในขณะที่การทำการเกษตรที่ไม่เหมาะสมในเขตโซนนิงก็จะมีการหาโครงการหรือส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนอาชีพอื่นที่จะสร้างรายได้มากกว่า
ในขณะที่โครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน วงเงิน 3.7 หมื่นล้านบาท ยุคล กล่าวว่า กระทรวงฯ จะเข้าไปช่วยดูแลในพื้นที่ที่ยังขาดระบบชลประทาน เนื่องจากปัจจุบันมีเขตชลประทานเพียง 29 ล้านไร่ จากเป้าหมาย 60 ล้านไร่ ที่กรมชลประทานก็จะเข้าไปดูแล โดยเฉพาะการเพิ่มแหล่งน้ำให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลไม่ได้เชื่อมโยงกับการเพิ่มพื้นที่ชลประทานโดยตรง แต่เป็นเรื่องการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย
ดร.จารึก สิงหปรีชา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์โซนนิงพื้นที่เกษตร และการเพิ่มความรู้ด้านเทคโนโลยีให้เกษตรกร ถือว่าเป็นแนวทางที่ดี แต่ที่สำคัญต้องมีการส่งเสริมและพัฒนาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการโซนนิงพื้นที่เกษตร ที่ปัจจุบันแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศเป็นนโยบายสำคัญ แต่จะเห็นว่าการขับเคลื่อนยังไม่เต็มที่ ในขณะที่มีเวลาที่ประชาคมเศรษฐกิจจะเปิดเต็มตัวอีกไม่เกิน 2 ปี หากไม่วางแนวทางให้ชัดในอาเซียนเกษตรกรไทยจะไม่สามารถแข่งขันได้







