posttoday
ลงทุนกองทุนไหนดี?

ลงทุนกองทุนไหนดี?

06 มีนาคม 2556

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในคำถามที่ผมถูกถามบ่อยที่สุดจากนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมธรรมดา หรือกองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี LTF และ RMF ก็คือลงทุนในกองทุนไหนดี

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในคำถามที่ผมถูกถามบ่อยที่สุดจากนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมธรรมดา หรือกองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี LTF และ RMF ก็คือลงทุนในกองทุนไหนดี

ผมอยากจะเรียนว่า การลงทุนในกองทุนรวมก็ไม่ต่างอะไรจากการลงทุนประเภทอื่นๆ ที่ท่านนักลงทุนจะต้องทำการศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่มีทั้งโอกาสในการได้รับผลกำไรและขาดทุน ท่านนักลงทุนยิ่งต้องให้ความสนใจและรอบคอบมากขึ้นในการตัดสินใจ

หลายท่านอาจจะเข้าใจว่าลงทุนกองทุนกองไหนก็เหมือนกัน ความจริงแล้วนั้นกองทุนรวมมีความแตกต่างกันมากทั้งในเรื่องนโยบายการลงทุน ค่าธรรมเนียมต่างๆ ความเสี่ยง และที่สำคัญผลตอบแทนที่ได้รับก็แตกต่างกันอย่างมาก ถึงแม้จะเป็นกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกันก็ตาม ตัวอย่างเช่น กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งมีกว่า 150 กองทุน โดยผลตอบแทน 5 ปีย้อนหลังมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 12.42% ต่อปี ขณะที่กองทุนที่ผลตอบแทนสูงสุดทำได้ถึง 18.47% ต่อปี ส่วนที่ทำได้น้อยที่สุดทำผลตอบแทนได้เพียง 2.84% ต่อปีเท่านั้นเอง

ข้อมูล ณ วันที่ 28 ธ.ค. 2555

ที่มา : บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) www.morningstar thailand.com

ย้อนกลับมาถึงประเด็นคำถามที่ผมตั้งไว้ในช่วงแรกนั้นก็คือ ลงทุนในกองทุนไหนดี นอกเหนือจากผลตอบแทนและความเสี่ยงที่นักลงทุนจะต้องดูและศึกษาแล้ว ความจริงแล้วอีกหนึ่งคำถามที่นักลงทุนควรจะใช้ประกอบการพิจารณา คือ ผู้จัดการกองทุนที่บริการกองทุนนั้น เขาลงทุนในกองทุนที่ตัวเองบริหารหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เพราะความจริงนั้นอีกมุมหนึ่งผู้จัดการกองทุนก็คือนักลงทุนเช่นกัน เนื่องจากว่าท่านเหล่านั้นก็ต้องลงทุนเพื่อตัวเองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งกองทุนรวมธรรมดา หรือกองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี LTF และ RMF

นอกจากคำถามที่ว่าผู้จัดการกองทุนลงทุนกองทุนกองไหนกันแล้วนั้น คำถามต่อมาก็คือ แล้วผู้จัดการกองทุนลงทุนในกองทุนที่ตัวเองบริหารอยู่หรือเปล่า ซึ่งประเด็นดังกล่าวผมว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก และผมก็เชื่อว่านักลงทุนหลายท่านก็คงอยากรู้คำตอบเช่นกัน เพราะหากแม้แต่ตัวผู้จัดการกองทุน ซึ่งเป็นผู้บริหารกองทุนนั้นๆ ยังไม่ลงทุนในกองทุนที่ตัวเองบริหารแล้วนั้น จะทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นได้อย่างไร ก็เปรียบเสมือนกับการที่เราปรุงอาหารแล้วนำไปให้คนอื่นๆ รับประทาน หากตัวคนที่ปรุงอาหารยังไม่กล้ารับประทานอาหารจานนั้น แล้วคนอื่นๆ จะกล้ารับประทานได้อย่างไร หรืออย่างน้อยก็ทำให้ผู้อื่นลังเลที่จะรับประทานเช่นกัน

ในต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกา ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากทั้งนักลงทุนและผู้กำกับดูแลอุตสาหกรรม ซึ่งในทีนี้ก็คือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. นั่นเอง ทำให้ในปี 2005 ทาง ก.ล.ต. ที่อเมริกาประกาศบังคับให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลการลงทุนของผู้จัดการลงทุนในกองทุนที่ตัวเองบริหารนั้นๆ (Ownership of Fund Securities) ต่อผู้ลงทุน โดยที่ข้อมูลเหล่านี้จะเปิดเผยอยู่ในเอกสารที่เรียกว่า Statement of Additional Information หรือ SAI ซึ่งเป็นส่วนที่ให้ข้อมูลเชิงลึกที่เพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus)

วิธีการเปิดเผยจำนวนของเงินลงทุนนั้นจะเป็นแบบมาตรฐาน คือ

$0 (คือไม่ได้มีการลงทุน)

ลงทุนตั้งแต่ $1$10,000

ลงทุนตั้งแต่ $10,001$50,000

ลงทุนตั้งแต่ $50,001$100,000

ลงทุนตั้งแต่ $100,001$500,000

ลงทุนตั้งแต่ $500,001$1,000,000 และลงทุนมากกว่า $1,000,000

ทีนี้ลองมาดูกันว่าผู้จัดการกองทุนชื่อดังของโลกเขามีการลงทุนในกองทุนที่ตัวเองบริหารมากน้อยแค่ไหน ตัวอย่างเช่น นาย Michael Hassenstab ผู้จัดการกองทุนชื่อดังอย่าง Templeton Global Bond ที่เชื่อว่านักลงทุนหลายท่านคงคุ้นเคย เนื่องจากมีกองทุนในบ้านเราหลายกองทุนนำเงินไปลงทุนอีกต่อหนึ่ง ซึ่งตามข้อมูลใน SAI ของกองทุน Templeton Global Bond บอกไว้ว่า นาย Michael Hassenstab มีเงินลงทุนในกองทุน Templeton Global Bond มากกว่า $1,000,000 เหรียญ

อีกกองทุนหนึ่งก็คือ PIMCO Total Return ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่มีทรัพย์สินรวมที่ใหญ่ที่สุดในโลกกว่า $285,000 ล้านเหรียญ ซึ่งบริหารโดย William H. Gross หรือ Bill Gross นั้นเอง ซึ่งตามข้อมูล Bill Gross มีการลงทุนในกองทุน PIMCO Total Return เกินกว่า $1,000,000 เหรียญเช่นกัน

ถามว่าแล้วข้อมูลเหล่านี้กำลังบอกอะไรกับผู้ลงทุน ผมเชื่อว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมของผู้ลงทุนไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ ข้อมูลในส่วนนี้ไม่ได้เป็นการการันตีว่าถ้าผู้จัดการกองทุนมีการลงทุนในกองทุนตัวเองแล้วนั้นผลการดำเนินงานจะดี แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อการลงทุนของตัวเอง เนื่องจากมีเงินของตัวเองอยู่ในกองทุนเช่นเดียวกับผู้ถือหน่วยคนอื่นเช่นกัน

กลับมาดูที่เมืองไทยบ้านเรากันบ้าง ข้อมูลในส่วนนี้ยังเป็นข้อมูลที่หาได้ยาก หรืออาจจะเรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เนื่องจากยังไม่ได้มีการบังคับให้เปิดเผยข้อมูลตรงส่วนนี้ต่อผู้ลงทุน และถ้าในอนาคตมีการเปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้ รวมถึงข้อมูลที่ว่าใครคือผู้จัดการกองทุนก็น่าที่จะเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุน

อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าผู้ลงทุนมีสิทธิในการรับรู้ข้อมูลตรงส่วนนี้ โดยไม่ต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับให้ทางกองทุนเปิดเผยข้อมูล โดยท่านนักลงทุนสามารถถามคำถามเหล่านี้โดยตรงไปยังบริษัทจัดการลงทุนที่ท่านสนใจจะลงทุนได้ด้วยตัวเองเลย ซึ่งก็สามารถทำได้ เพราะอาจจะมีบาง บลจ. ที่อยากจะเปิดเผยโดยสมัครใจก็ได้ แต่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบังคับให้มีการเปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนอย่างมาก และรวมทั้งจะเป็นการยกระดับการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอีกด้วย

คำถามที่ผมตั้งไว้ในตอนแรกอาจจะไม่ได้ถูกตอบในวันนี้ เนื่องจากการลงทุนนั้นมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา แต่เชื่อว่าประเด็นที่ผมตั้งไว้เป็นคำถามต่อ (ผู้จัดการกองทุนลงทุนกองทุนอะไร และลงทุนในกองทุนตัวเองหรือไม่) น่าจะช่วยให้ผู้ลงทุนมีความมั่นใจได้มากขึ้นต่อการลงทุนในครั้งต่อไป

ท้ายนี้อยากฝากข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับงานใหญ่ประจำปีของบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) นั้นก็คืองานประกาศรางวัล มอร์นิ่งสตาร์ ไทยแลนด์ ฟันด์ อวอร์ด 2013 ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม 2556 นี้ ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ 12.00น เป็นต้นไป

งานในครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบรางวัลแด่กองทุนยอดเยี่ยมที่มีผลการดำเนินงานที่ปรับด้วยความเสี่ยงแล้วดีที่สุดในแต่ละกลุ่มหรือประเภท (Morningstar Categories) ตลอดปี 2555 และในอดีต 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งวิธีการจะเป็นมาตรฐานเดียวกันกับมอร์นิ่งสตาร์ในต่างประเทศ การมอบรางวัลครั้งนี้จะมีทั้งสิ้น 7 รางวัล ประเภท กองทุนหุ้นขนาดเล็กถึงปานกลาง (Equity General) กองทุนหุ้นขนาดใหญ่ (Equity Large Cap) กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (Short Term Bond) กองทุนตราสารหนี้ระยะปานกลางถึงยาว (Mid/Long Term Bond) กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ประเภท ตราสารทุน (Retirement Mutual Fund – Equity) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตราสารหนี้ (Retirement Mutual Fund – Fixed Income)

รวมทั้งจะมีงานสัมมนาพิเศษฟรี “ถอดรหัสกองทุนยอดเยี่ยม พร้อมเทคนิคลงทุนเพื่อวัยเกษียณ” โดย 7 ผู้จัดการกองทุนมือบริหารกองทุนยอดเยี่ยม ต่อจากช่วงพิธีการอีกด้วย สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถติดตามลงทะเบียนได้ที่ www.set.or.th แล้วพบกันครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน