
ASKเพิ่มสภาพคล่องหุ้น
คุยทุนใหญ่ขายอีก 10%ให้ปันผลหวังรายได้พอร์ตปีนี้โต 15-20%
คุยทุนใหญ่ขายอีก 10%ให้ปันผลหวังรายได้พอร์ตปีนี้โต 15-20%
“ASK” เล็งเพิ่มสภาพคล่องหุ้นชงผู้ถือหุ้นใหญ่ลด 10% หรือจ่ายหุ้นปันผล ตั้งเป้าปีนี้โต 15-20%
นายโล จุน ลอง ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (ASK) เปิดเผยหลังนำเสนอข้อมูลบริษัทกับนักลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรกว่า บริษัทกำลังศึกษาวิธีเพิ่มสภาพคล่องหุ้นบริษัทที่ปัจจุบันมีปริมาณหุ้นหมุนเวียน (ฟรีโฟลต) 25% วิธีแรกเตรียมเสนอให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ไต้หวันขายหุ้นออกมาประมาณ 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 65% และอีกวิธีหนึ่งคือการเสนอจ่ายปันผลเป็นหุ้นปันผลในผลประกอบการประจำปี 2556 ส่วนปีนี้จ่ายเป็นเงินสดไปก่อน
“เมื่อปี 2555 ผู้ถือหุ้นใหญ่ลดสัดส่วนถือหุ้น 10% จาก 75% เหลือ 65% ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในการเข้ามาเก็บหุ้นเพิ่ม เนื่องจากบริษัทมีผลประกอบการที่โตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15-20% ทุกปี และมีนโยบายจ่ายปันผล 70% ของกำไรสุทธิ ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่ถือหุ้นยาว ตอนนี้ผลประกอบการก็ยังออกมาดีและสอดคล้องกับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นตลอด แต่ก็ยังมีนักลงทุนบอกว่าสภาพคล่องหุ้นบริษัทยังน้อยอยู่”
นายโล จุน ลอง กล่าวว่า ปี 2556 ตั้งเป้าจะรักษาอัตรากำไรสุทธิได้เท่ากับปีก่อนที่ทำได้ 23.81% และเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโต 15-20% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,051 ล้านบาท และสินเชื่อขยายตัวในทิศทางเดียวกันที่เติบโต 15-20% จากสิ้นปีก่อนทำได้ 2.3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ รายได้เติบโตตามการขยายพอร์ตสินเชื่อได้เกิดจากความต้องการใช้สินเชื่อรถบรรทุกจำนวนมาก ซึ่งยังเป็นผลต่อเนื่องจากที่ยอดผู้ผลิตและขายรถบรรทุกยังมีน้อยกว่าความต้องการใช้อยู่ ซึ่งกลยุทธ์ที่บริษัทจะใช้คือรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ขายรถที่มีมายาวนานกว่า 20 ปี ประกอบกับปกติอุตสาหกรรมปล่อยสินเชื่อรถจะมีการเติบโตขึ้นประมาณ 10% ทุกปี
นอกจากนั้น บริษัทยังมั่นใจว่าพอร์ตสินเชื่ออื่นๆ จะเติบโตด้วย เพราะพอร์ตสินเชื่อหลักของบริษัทคือ สินเชื่อรถบรรทุก รถตู้โดยสารเพื่อสาธารณะและการท่องเที่ยว และรถแท็กซี่ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ของบริษัทรวมกันถึง 65% จึงเป็นเหตุผลที่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากหนี้เสียจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล เนื่องจากความต้องการสินเชื่อยังคงเติบโตตามเศรษฐกิจโดยรวม และการลงทุนของภาคธุรกิจ
นายโล จุน ลอง กล่าวว่า บริษัทยังคงนโยบายที่จะรักษาสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของบริษัทไม่เกิน 1% ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 0.5% จากภาพรวมอุตสาหกรรมที่อยู่ระดับ 2.5% ทั้งนี้เป็นผลจากบริษัทได้มีการเลือกการปล่อยสินเชื่อให้แก่ตัวแทนจำหน่ายและลูกค้าตั้งแต่แรก ซึ่งทำให้บริษัทมีสัดส่วนหนี้เสียน้อยกว่าอุตสาหกรรม
นายโล จุน ลอง กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการขยายสาขาสู่ต่างจังหวัด รวมทั้งบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการเปิดสาขาเพิ่มในต่างจังหวัดแถบภาคเหนือและอีสาน โดยเฉพาะเขตที่มีการค้าชายแดน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 และรองรับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งระบบโลจิสติกส์ในปลายปี 2558 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นการตั้งสาขาที่ จ.เชียงราย ก่อนสิ้นปี 2557 เนื่องจากเป็นเขตค้าขายชายแดนสำคัญ 3 แห่ง คือ เชียงแสน เชียงของ และแม่สาย จากนั้นมองไปยังแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่าง จ.หนองคายและอุบลราชธานี
ผลการดำเนินงานในปี 2555 บริษัทมีกำไรสุทธิ 488.35 ล้านบาท หรือ 163 บาท เพิ่มขึ้นถึง 47% จากปี 2554 ที่มีกำไรสุทธิ 331.53 ล้านบาท หรือ 1.44 บาท โดยบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 1 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 3.63% เทียบกับราคาปิดที่ 27.50 บาท







