
เมื่อยากระตุ้นเศรษฐกิจ(QE)เริ่มออกฤทธิ์ผลข้างเคียงบวกหรือลบ
ในสัปดาห์นี้ทางสายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.60-29.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังจากประเด็นเรื่องมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) ในสหรัฐ ที่ตอนแรกตลาดกังวลว่า QE จะจบเร็วเกินคาดหรือชะลอการเข้าซื้อสินทรัพย์ลง อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐออกมาดี โดยเฉพาะตลาดบ้านที่ดูมีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งถือว่ายากระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มออกฤทธิ์และเข้าทางนายเบอร์แนนคี ประธานเฟด ที่สนับสนุนการใช้มาตรการ QE เพื่อกดอัตราดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนสินเชื่อในการซื้อที่อยู่อาศัย
ในสัปดาห์นี้ทางสายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.60-29.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังจากประเด็นเรื่องมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) ในสหรัฐ ที่ตอนแรกตลาดกังวลว่า QE จะจบเร็วเกินคาดหรือชะลอการเข้าซื้อสินทรัพย์ลง อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐออกมาดี โดยเฉพาะตลาดบ้านที่ดูมีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งถือว่ายากระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มออกฤทธิ์และเข้าทางนายเบอร์แนนคี ประธานเฟด ที่สนับสนุนการใช้มาตรการ QE เพื่อกดอัตราดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนสินเชื่อในการซื้อที่อยู่อาศัย
ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ราคาบ้านเดือน ธ.ค. ใน 20 เมืองใหญ่ของสหรัฐปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ถือเป็นการขยายตัวมากสุดตั้งแต่เดือน ก.ค. 2549 สะท้อนจากดัชนี S&P/CaseShiller ที่ขยายตัว 6.8% เทียบกับเดือน ธ.ค.ปีก่อน ในขณะเดียวกันข้อมูลการขายบ้านใหม่ สำหรับเดือน ม.ค. ขยายตัว 15.6% จากเดือนก่อน ปรับขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดมากกว่า 4 ปี นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ในเดือน ก.พ. จาก The Conference Board ปรับตัวดีขึ้นเหนือความคาดหมาย โดยไม่เห็นถึงผลกระทบจากภาษี Payroll ที่มีการบังคับใช้ไปแล้วในต้นปี โดยดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 69.6 ในเดือน ก.พ. จากระดับ 58.6 ในเดือน ม.ค.
นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือน ม.ค. จากแบงก์ชาติบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในแนวโน้มที่แข็งแกร่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุน ซึ่งสะท้อนจากดัชนี PCI และ PII ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% และ 0.6% จากเดือนก่อนหน้าตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) หดตัวลงเล็กน้อย 0.6% จากเดือนก่อน ซึ่งชะลอตัวลงจากการขยายตัวอย่างค่อนข้างสูงในเดือนก่อนหน้า ในขณะเดียวกันการส่งออกขยายตัว 15.6% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.ปีก่อน และการนำเข้าเพิ่มขึ้น 38.4% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.ปีก่อน ซึ่งการเติบโตอย่างมากของการนำเข้าส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าทองคำและสินค้าทุน ทำให้เดือน ม.ค. มีขาดดุลการค้า 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ
ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 29.85 และแกว่งอยู่ในกรอบ 29.70-29.90 ค่าเงินบาทแกว่งอยู่ในกรอบที่กว้างกว่าสัปดาห์ก่อนที่เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.7829.94 โดยในสัปดาห์นี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทได้รับผลกระทบจากการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของตลาด เนื่องจากความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งในอิตาลี อย่างไรก็ตาม การแถลงการณ์ของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส เพื่อรายงานผลของการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมา ได้ชี้ให้เห็นว่า มาตรการ QE ส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของสหรัฐ ขณะที่ไม่ได้สร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและถือเป็นการตอกย้ำว่า ผลดีของมาตรการ QE มีมากกว่าผลเสีย ซึ่งเป็นการสนับสนุนการใช้มาตรการ QE ในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยความต่อเนื่องของมาตรการ QE ดังกล่าวน่าจะส่งผลต่อการแข็งค่าของเงินบาทในอนาคตในระยะต่อไปได้ ค่าเงินเหรียญสหรัฐ/บาท ในสัปดาห์นี้ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/บาท อยู่ที่ระดับ 29.75
ค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.3175 และแกว่งอยู่ในกรอบ 1.3017-1.3318 ค่าเงินยูโรปรับอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยมีประเด็นการเลือกตั้งในประเทศอิตาลีเป็นประเด็นสำคัญในการซื้อขาย ผลการเลือกตั้งจบสิ้นลงด้วยการที่ไม่มีพรรคใดได้รับเสียงข้างมาก เนื่องจากพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย (Centerleft Party) ซึ่งเป็นพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลต้องพยายามหาพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกตั้งใหม่อีกรอบ ทำให้นักลงทุนแสดงความกังวลใจ เนื่องจากมองว่ารัฐบาลผสมอาจสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป ส่งผลให้เห็นแรงเทขายในตลาดหุ้น รวมถึงผลักดันในต้นทุนการกู้ยืมเงินระยะยาวของรัฐบาลอิตาลีปรับพุ่งสูงขึ้น ประกอบกับมีแรงขายเงินยูโรกดดันให้ค่าเงินร่วงลงประมาณ 4% จากในช่วงต้นเดือน และปรับลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดของรอบเดือนที่ระดับ 1.3017 ก่อนจะปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ณ วันศุกร์ ยูโร/ดอลลาร์ อยู่ที่ระดับ 1.3038 (เวลาประมาณ 17.55 น.)
ค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 93.96 และแกว่งอยู่ในกรอบ 90.92-94.76 เงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบที่กว้างมากเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน เนื่องจากค่าเงินเยนมีความผันผวนเป็นพิเศษในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้ปรับร่วงลงสู่ระดับ 90.88 หลังขึ้นไปแตะ 94.76 เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ และแตะระดับ 90.88 เนื่องจากนักลงทุนแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเลือกตั้งของอิตาลี อย่างไรก็ตาม เงินเยนปรับอ่อนค่าลงในภายหลัง ตั้งแต่มีข่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นได้เลือกนาย Haruhiko Kuroda ผู้ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารแห่งเอเชีย เป็นผู้ว่าการธนาคารกลางคนใหม่







