posttoday
MINTทุ่มลงทุน5ปี4หมื่นล.

MINTทุ่มลงทุน5ปี4หมื่นล.

01 มีนาคม 2556

ซื้อกิจการ 1.6 หมื่นล้านหนุนกำไรกระโดด.

ซื้อกิจการ 1.6 หมื่นล้านหนุนกำไรกระโดด.

รุกลูกค้าจีนรัสเซียจ่ายค่าห้องดี. MINT เปิดงบ 5 ปี ลงทุน 3.54.1 หมื่นล้าน จ่อซื้อกิจการหวังสร้างกำไรโตปีละ 1520%

นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ลงทุน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งงบประมาณการลงทุนในช่วง 5 ปี (2556-2560) ไว้ที่ 3.54.1 หมื่นล้านบาท โดยเป็นงบเพื่อซื้อกิจการในต่างประเทศที่จะสร้างโอกาสในการเติบโตประมาณ 1.51.6 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นงบลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจหลักเดิมที่มีอยู่แล้ว

บริษัทมีเป้าหมายชัดเจนว่า ในช่วง 5 ปีข้างหน้ากำไรจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% และในปีนี้น่าจะโตไม่ต่ำกว่า 15%

สำหรับการลงทุนนั้นมีเป้าหมายหลักใน 3 ด้าน คือ 1.การลงทุนเพื่อให้แบรนด์ของบริษัทที่ดำเนินการอยู่มีการเติบโตต่อเนื่อง 2.ลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าธุรกิจหลักเพื่อสร้างผลตอบแทนให้เพิ่มสูงขึ้น และ 3.ลงทุนเพื่อซื้อกิจการ เพราะการซื้อกิจการจะส่งผลให้การเติบโตแบบก้าวกระโดด

“ชัดเจนเมื่อปี 2553 บริษัทได้เข้าซื้อกิจการโรงแรมโอ๊กส์ที่ออสเตรเลีย ซึ่งโรงแรมนี้มีจำนวนห้องพักให้บริการ 4,000 ห้อง ส่งผลให้บริษัทมีจำนวนห้องพักให้บริการเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9,575 ห้อง เมื่อสิ้นปี 2554 และเพิ่มขึ้นเป็น 1.03 หมื่นห้อง ณ สิ้นปี 2555 ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดำเนินกิจการ” นายชัยพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าผลของการลงทุนที่เกิดขึ้นจะสนับสนุนให้กิจการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และบริษัทมีแผนชัดเจนว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ธุรกิจที่ดำเนินการอยู่จะเติบโตดังนี้ คือ โรงแรมภายใต้การให้บริการของบริษัทจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 140 แห่ง จากสิ้นปี 2555 อยู่ที่ 82 แห่ง ขณะที่ธุรกิจอาหารจะมีสาขา 2,700 แห่ง จากสิ้นปี 2555 อยู่ที่ 1,381 แห่ง และค้าปลีกจะมีสาขา 260 แห่ง จากสิ้นปี 2555 อยู่ที่ 235 แห่ง เป็นต้น ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มจาก 67 ยูนิต เป็น 200 ยูนิต และการรับจ้างบริหารโรงแรมจะเพิ่มเป็น 400 แห่ง จาก 46 แห่ง ณ สิ้นปี 2555

สำหรับแหล่งที่มาของเงินลงทุนนั้น จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินกิจการและเงินกู้จากสถาบันการเงิน รวมถึงในเดือน พ.ค.นี้ จะถึงกำหนดแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิในหุ้น หรือวอร์แรนต์ (MINTW4) คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาประมาณ 3,0004,000 ล้านบาท และขณะนี้ฐานะการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่ง เพราะสัดส่วนหนี้ต่อทุนอยู่ที่ 1.06 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ว่าจะต้องไม่เกิน 1.25 เท่า

ประธานฝ่ายกลยุทธ์ลงทุน กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจโรงแรมปีนี้ยังคงเติบโตดีตามการท่องเที่ยวที่ขยายตัวขึ้น และในช่วง 2 เดือนแรกของปีก็เห็นอัตราการเข้าพักยังขยายตัวได้ดี เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 69% จากปีก่อนอยู่ที่ 65% ขณะที่อัตราค่าห้องเพิ่มขึ้น 4% มาอยู่ที่ 5,589 บาทต่อคืน จาก 5,385 บาท และบริษัทจะขยายกลุ่มลูกค้าสู่กลุ่มคนจีนมากขึ้น เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ยอมจ่ายค่าห้องพักในอัตราคืนละ 1 หมื่นบาท ส่วนลูกค้าชาวรัสเซียยอมจ่ายคืนละ 1.6 หมื่นบาท ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มนี้ในสัดส่วนประมาณ 10%

สำหรับผลประกอบการปี 2555 บริษัทมีกำไรสุทธิ 3,408.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% จากปี 2555 ที่มีกำไรสุทธิ 2,880.14 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค