posttoday
ขู่เลิกใบอนุญาตดัดหลังโรงงานทิ้งสารพิษ

ขู่เลิกใบอนุญาตดัดหลังโรงงานทิ้งสารพิษ

28 กุมภาพันธ์ 2556

การร้องเรียนกรณีโรงงานอุตสาหกรรมลักลอบนำกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมไปทิ้งในพื้นที่ต่างๆ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

การร้องเรียนกรณีโรงงานอุตสาหกรรมลักลอบนำกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมไปทิ้งในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะกากอุตสาหกรรมอันตรายที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตประชาชน ยังคงเป็นประเด็นที่กระทรวงอุตสาหกรรมยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศว่าอาจจะไม่ต่ออายุใบอนุญาตให้แก่โรงงานที่หลีกเลี่ยง ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในการจัดการของเสียหรือไม่

วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังจากกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ มีการเร่งรัดโรงงานเป้าหมาย 20 ประเภท รวม 3,641 โรง ขออนุญาตนำกากออกไปกำจัด/บำบัดนอกโรงงาน และ/หรือแจ้งขอขยายระยะเวลาเก็บกากไว้ในโรงงานเพื่อเข้าสู่ระบบจัดการกากอุตสาหกรรมให้ถูกต้องให้ได้อย่างน้อย 80% ภายในสิ้นปีที่แล้ว แต่ปรากฏว่ามีโรงงานที่เข้าสู่ระบบเพียง 1,151 ราย หรือ 42% ของโรงงานเป้าหมายทั้งหมด

“ปริมาณกากอุตสาหกรรมอันตรายมีประมาณ 2.4 ล้านตันต่อปี แต่เข้าระบบจัดการเพียง 50% หรือล้านกว่าตันเท่านั้น” วิฑูรย์ กล่าว

กากอันตรายที่พบว่ามีการลักลอบไปทิ้งอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ต่างๆ จนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ส่วนมากจะเป็นน้ำมันและตัวทำละลาย โดยพื้นที่ที่เป็นปัญหาคือจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่มาก เช่น ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า 3 ปัญหาหลักๆ ที่ทำให้กากอุตสาหกรรมอันตรายที่เข้าสู่กระบวนการจัดการอยู่ในสัดส่วนน้อย คือ 1.โรงงานขนาดเล็กที่มีปริมาณกากไม่มากและไม่คุ้มที่จะนำเข้าระบบกำจัด เก็บกากไว้ในโรงงานของตัวเองก่อน 2.มีการส่งเข้ากระบวนการบำบัดแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) แต่ไม่ได้ขออนุญาตนำออก และ 3.การลักลอบนำไปทิ้งอย่างผิดกฎหมาย

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า กระทรวงฯ จะดำเนินการอย่างเข้มงวด โดยให้ กรอ. กนอ. และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ไปเร่งรัดโรงงาน 20 ประเภทในพื้นที่รับผิดชอบต้องเข้าสู่ระบบให้ได้อย่างน้อย 80% ภายในวันที่ 30 ก.ย. 2556

“หากผู้ประกอบการยังไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับสูงสุด 2 แสนบาทต่อการตรวจพบ 1 ครั้ง และอาจพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่ต้องต่อทุกๆ 5 ปี” วิฑูรย์ กล่าว

พงษ์เทพ จารุอำพรพรรณ รองอธิบดี กรอ. กล่าวว่า กระทรวงฯ กำลังดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อให้สามารถตั้งศูนย์กลางรวมกากก่อนนำไปเข้าระบบจัดการ จากที่ต้องนำออกจากโรงงานไปยังโรงกำจัดกากเพื่อเป็นทางเลือกให้กับโรงงานขนาดเล็กที่มีกากไม่มากและไม่พร้อมลงทุนจัดการ โดยจะเริ่มนำร่องโครงการต้นแบบของศูนย์แห่งนี้ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร

อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่ปรากฏว่าโรงงานอุตสาหกรรมยังนำข้อมูลกากอุตสาหกรรมอันตรายเข้าสู่ระบบเพื่อสามารถติดตามกากอุตสาหกรรมและการกำจัดอย่างถูกต้องยังอยู่ในสัดส่วนน้อย “

นอกจากประเด็นกากอันตรายแล้ว อีกหลายปัญหาที่กระทรวงอุตสาหกรรมยังไม่สามารถแก้ไข ระบุเพียงว่าจะเข้มงวดมากขึ้น เช่นที่ “วิฑูรย์” ระบุว่า ยังพบว่าโรงงานประเภทที่มีมลพิษสูง รวมถึงโรงงานที่มีกากอันตราย ต้องมี บุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงานซึ่งต้องขึ้นทะเบียนกับ กรอ. ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานเข้าข่ายที่ต้องมีโรงงานประเภทดังกล่าว 3,000 โรง แต่มีโรงงานที่ปฏิบัติตามกฎหมายเพียง 1,700 โรงหรือ 57% เท่านั้น

จะเห็นว่าประเด็นปัญหาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในกระทรวงอุตสาหกรรมยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด ล้วนแล้วแต่เป็นกรณีที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชาชน ที่จริงๆ แล้วผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรให้สำคัญยิ่งกว่าปริมาณการเติบโตของโรงงาน การผลิตและตัวเลขจีดีพี ซึ่งเป็นกากอุตสาหกรรมที่สามารถนำเข้ากระบวนการรีไซเคิลได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กากอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ระบบจัดการกากหายไปส่วนหนึ่งด้วย” วิฑูรย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน