
5 กลยุทธ์ธุรกิจครอบครัวรุ่ง
ธุรกิจครอบครัวนับเป็นหนึ่งในรูปแบบธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยม รวมทั้งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะผู้ประกอบการหลายต่อหลายคน เชื่อว่าการทำธุรกิจกับญาติพี่น้องนั้นง่ายและมีความเสี่ยงน้อยกว่าการเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนหรือคนแปลกหน้า
ธุรกิจครอบครัวนับเป็นหนึ่งในรูปแบบธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยม รวมทั้งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะผู้ประกอบการหลายต่อหลายคน เชื่อว่าการทำธุรกิจกับญาติพี่น้องนั้นง่ายและมีความเสี่ยงน้อยกว่าการเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนหรือคนแปลกหน้า
อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจครอบครัวนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะยิ่งเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดกันมากแล้วจะยิ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์เชิงธุรกิจซับซ้อนมากขึ้น จนเสี่ยงนำไปสู่ปัญหามากมาย เช่น ธุรกิจล่ม หรือครอบครัวแตกแยก เป็นต้น
เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีจึงเผย 5 เคล็ดลับสำคัญในการพัฒนาธุรกิจครอบครัวให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืน
1.การสื่อสารคือกุญแจสู่ความสำเร็จ : การสื่อสารนับเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับธุรกิจทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจครอบครัว ซึ่งมักเผชิญอุปสรรคเนื่องจากความซับซ้อนของความสัมพันธ์
ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจเลือกที่จะไม่เปิดเผยความรู้สึกของตัวเองให้ญาติๆ ทราบ เนื่องจากคิดว่าญาติรู้จักตัวเองดีพอ ทว่าหากหวังจะให้ธุรกิจสำเร็จก็จะต้องซื่อสัตย์ต่อทุกคนที่ทำธุรกิจด้วย ซึ่งรวมทั้งครอบครัว
2.แบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน : สมาชิกครอบครัวควรแบ่งหน้าที่ในการทำงานให้ชัดเจน และที่สำคัญ คือ ควรมีการแลกเปลี่ยนความคาดหวังของแต่ละคน เช่น คาดหวังให้แต่ละคนมีบทบาทและความรับผิดชอบอะไรบ้างในธุรกิจ
3.บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร : เช่นเดียวกับธุรกิจรูปแบบอื่นๆ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องร่างสัญญาการทำธุรกิจต่างๆ เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อความสะดวกในการทำธุรกิจ ตลอดจนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เช่น หากเปิดกิจการร่วมกับพี่น้องก็ควรมีการทำเอกสารที่ชัดเจน เช่น เอกสารการจ้างงาน เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่มีกิจการครอบครัวมักเกรงกลัวที่จะยกระดับความสัมพันธ์กับเครือญาติสู่ระดับที่เป็นทางการมากยิ่งขึ้นจนเป็นอุปสรรคในการทำงาน
4.เรียงลำดับความสำคัญ : สมาชิกครอบครัวควรจัดสรรเวลาให้ถูกต้อง ใช้เวลาอยู่ร่วมกันโดยไม่มีการคุยเรื่องงาน เพื่อรักษาและเสริมความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกแข็งแกร่ง ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อธุรกิจมากขึ้น
5.แยกแยะเรื่องงานจากเรื่องส่วนตัว : บ่อยครั้งที่ครอบครัวแตกแยกจากปัญหาในการทำธุรกิจ เช่น กรณีของ มิเชล ลาคอสท์ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง “ลาคอสท์” ซึ่งอยู่ระหว่างการฟ้องร้องลูกสาว เนื่องจากไม่พอใจที่บอร์ดบริหารเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ดังนั้น ควรแยกแยะเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัวให้ดี เช่น ป้องกันไม่ให้ประเด็นการทะเลาะเบาะแว้งในงานมามีอิทธิพลต่อชีวิตส่วนตัว







