posttoday
คนที่ใช้ ธนาคารที่เจอ

คนที่ใช้ ธนาคารที่เจอ

27 กุมภาพันธ์ 2556

คำว่า “ผู้คนมากมาย วิถีหลากหลาย” น่าจะใช้ได้กับทุกสังคม ทุกเชื้อชาติ ด้วยความที่แต่ละคนก็ต่างที่มา ดังนั้นความต้องการ ความชอบก็จะแตกต่างกัน กล่าวคือ Lifestyle ต่างกัน พอพูดถึงคำว่า Lifestyle ซึ่งพักหลังก็มีคนพูดคำนี้กันมากมาย ผมว่าภาษาไทยที่แปลกันมา คำว่า รูปแบบการใช้ชีวิต น่าจะเป็นคำที่ตรงและเห็นภาพที่สุด คนเราเกิดต่างยุคต่างสมัยกัน มีทั้ง Baby Boomer Generation, Generation X และ Generation Y

คำว่า “ผู้คนมากมาย วิถีหลากหลาย” น่าจะใช้ได้กับทุกสังคม ทุกเชื้อชาติ ด้วยความที่แต่ละคนก็ต่างที่มา ดังนั้นความต้องการ ความชอบก็จะแตกต่างกัน กล่าวคือ Lifestyle ต่างกัน พอพูดถึงคำว่า Lifestyle ซึ่งพักหลังก็มีคนพูดคำนี้กันมากมาย ผมว่าภาษาไทยที่แปลกันมา คำว่า รูปแบบการใช้ชีวิต น่าจะเป็นคำที่ตรงและเห็นภาพที่สุด คนเราเกิดต่างยุคต่างสมัยกัน มีทั้ง Baby Boomer Generation, Generation X และ Generation Y

แน่นอน รูปแบบการใช้ชีวิตย่อมแตกต่างกัน คนในยุคเดียวกัน แต่ฐานะหรือสถานะทางสังคมที่แตกต่างกันก็ส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างกัน หรือแม้แต่ยุคเดียวกัน ฐานะพอกัน สถานะทางสังคมเดียวกัน เรียกว่าเหมือนกันหมด ก็ยังมีความชอบและความต้องการที่ไม่เหมือนกันเลย

คนที่เหนื่อยก็คือคนที่ขายของหรือให้บริการ ที่ต้องเข้าใจพฤติกรรมของคน ต้องเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิตของคน เข้าใจว่าแต่ละกลุ่มย่อยๆ ที่รูปแบบการใช้ชีวิตคล้ายๆ กัน ต้องการอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เพราะบางคนรักสนุก ชอบสังสรรค์ ขณะที่บางคนมีชีวิตสมถะ ทำงานหนัก เก็บตัว ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตของเขาก็จะแตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง

ธนาคารเองก็เป็นธุรกิจการให้บริการ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเหล่านี้เหมือนกัน หมดยุคแล้วครับที่ลูกค้าจะเดินมาหาธนาคารเหมือนหลายสิบปีก่อน ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ด้วยการแข่งขันที่รุนแรง จึงส่งผลให้ธนาคารแต่ละแห่งต้องเริ่มเข้าหาลูกค้ามากขึ้น แล้วยิ่งผู้บริโภคสมัยนี้ ประเภทหล่อเลือกได้ สวยเลือกได้กันทั้งนั้น จึงส่งผลให้ธนาคารต้องเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ปัจจุบันก็แข่งขันกันไปซะทุกอย่าง ทั้งดอกเบี้ย โปรโมชัน ค่าธรรมเนียม มันก็เหมือนๆ กัน คนหนึ่งทำ รุ่งขึ้นอีกคนก็ทำตาม ก็ไม่มีอะไรต่างกันแล้ว อย่างนี้จริงๆ แล้วใช้ธนาคารไหนก็ได้ แต่ก็มีบางคนที่ใช้ธนาคารใดธนาคารหนึ่งเป็นหลัก เพราะอะไร หรือหากเรากำลังมองหาธนาคารในใจซักธนาคารหนึ่งจะดูอย่างไรดี

มันก็เหมือนการที่เรากำลังจะหาคนที่รู้ใจสักคน เราจะดูจากอะไรครับ ข้อแรกเลย เขารู้จักเราดีพอไหม รู้ไหมว่ารูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) ของเราเป็นอย่างไร รู้ไหมว่าเราต้องการอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เวลาเรามีกิจกรรมต่างๆ ที่เราชอบ เขาไปกับเราไหม ให้คำปรึกษาเราได้ไหมเวลาเรามีปัญหา ถ้าใครได้คนที่รู้ใจมีลักษณะครบอย่างนี้นะ ขอบอกเลยว่าคุณจะเป็นคนที่ถูกอิจฉามากที่สุด

การเลือกธนาคารในใจก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกคนที่รู้ใจ ไร ก็ต้องดูว่าธนาคารนั้นเขารู้จักเราดีแค่ไหน รู้ไหมว่ารูปแบบการใช้ชีวิตเราเป็นอย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ ที่เขาเสนอให้เรานั้นเหมาะกับเราไหม มันจะเป็นตัวบอกว่าเขารู้จักเราและใส่ใจเราขนาดไหน ไม่ใช่ว่าเรากำลังเรียนหนังสืออยู่หรืออาจจะเพิ่งจบมา ก็มาเสนอขายกองทุนรวมกับเรา รายได้ยังไม่มีเลย หรือมี แต่ยังไม่พอใช้ ก็น่ารำคาญ หรือเราแต่งตัวซะอย่างกับตู้ทองเคลื่อนที่ ดันมานำเสนอขายสินเชื่อเงินด่วนกับเรา มันก็น่าโกรธใช่ไหมครับ

ช่องทางการให้บริการ สะดวกสบายไหม คำว่าสะดวกสบายนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องมีเยอะมีมากอย่างเดียวนะครับ เยอะแล้วไงถ้าไม่ได้อยู่ในที่ที่เราไปใช้ชีวิตอยู่ก็แค่นั้น เราก็ยังคงไม่สะดวกเหมือนเดิม เช่น คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน ส่วนใหญ่ชีวิตเขาแทบจะไม่ต้องไปธนาคารกันแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ทุกอย่างมันแทบจะอยู่ในมือถือ อยู่ในอินเทอร์เน็ตกันหมดแล้ว ตั้งแต่เช็กเมล ดูรูป ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม คุยกับเพื่อนในสังคมออนไลน์ต่างๆ รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ไม่รู้จะไปธนาคารด้วยตัวเองทำไม แต่ถ้าต้องไปจะไปอย่างไรในเมื่อวันๆ ก็ยุ่ง จะหยุดงานไปก็ยาก ก็เลยจะเห็นว่ามีบางธนาคารที่เขาเข้าใจ ก็จะเริ่มไปเปิดสาขาบนสถานีรถไฟฟ้ากันบ้าง ก็เริ่มเข้าหาเรามากขึ้น มาอยู่ในที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวันอยู่ บางแห่งคิดไปขนาดว่าเช้าๆ คนคงรีบขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงานคงไม่มีเวลา แต่พอเลิกงานกำลังจะกลับบ้านไม่ได้รีบมากเท่าตอนเช้า ก็จัดพนักงานมาบริการในช่วงเย็นถึงค่ำ

อันนี้ถือว่าตอบโจทย์ แสดงว่าเขารู้จักเราดี รู้จักรูปแบบการใช้ชีวิตของเรา ถ้าเป็นคนก็ต้องเรียกว่ารู้ใจเราจริงๆ

เคยไหมที่ถูกนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการอะไรก็ไม่รู้ โดยไม่เคยรู้หรือไม่เคยถามเราสักคำเลยว่าเราอยากได้ไหม อยากได้อะไร ผลที่ตามมาก็คือ ความรำคาญใจ จะดีกว่าไหมถ้ามีใครสักคนเริ่มจากการที่ถามเรา หรือรู้เลยว่าคนอย่างเรา รูปแบบการดำเนินชีวิตแบบเราน่าจะอยากได้อะไร หลังรู้ว่าเราอยากได้อะไร ก็ช่วยเราคิดว่าทำอย่างไรเราถึงจะได้อย่างนั้น เช่น อยากได้บ้าน อยากได้รถ อยากออมเงินเพื่อลูก เป็นต้น แล้วช่วยบอกเราหน่อยว่าต้องทำอย่างไรเราถึงจะได้ในสิ่งที่ต้องการเหล่านั้น และให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตแบบเรา

ถ้ามีใครทำให้เราได้ เราคงประทับใจ ถ้าเป็นแฟนเราก็คงดีใจที่เรามีแฟนที่ช่วยคิดทุกอย่างให้เราเสร็จ โดยที่ตรงใจเราด้วย ไม่รักก็ให้มันรู้ไป

เหมือนเวลาเราอยากมีคนที่รู้ใจสักคน ถามจริงๆ เถอะ เราอยากได้คนที่หน้าตาดีที่สุด หรือเราอยากได้คนที่หุ่นดีที่สุด หรือเราอยากได้คนที่เก่งที่สุดหรือ จริงๆ แล้วผมว่าเราน่าจะอยากได้ใครสักคนที่เข้าใจเรา สร้างความประทับใจให้เราบ่อยๆ อาจจะไม่หล่อที่สุด หุ่นไม่ดีที่สุด

แต่ท้ายสุดเราก็จะเลือกคนคนนั้น เพราะเขาเอาชนะใจเรา ธนาคารก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราจะเลือกคบกับใครสักคนตลอดไป เราจะเลือกคนที่ให้ดอกเบี้ยดีที่สุด คนที่ให้โปรโมชันดีที่สุด หรือเราจะเลือกคนที่เข้าใจเราดีที่สุด และสามารถให้ความช่วยเหลือเราได้ ให้คำปรึกษาเราได้

และที่สำคัญที่สุดทั้งคนที่รู้ใจและธนาคารที่น่าจะอยู่ในใจเรา คือ สิ่งดีๆ ที่ทำให้เรานั้น มันสม่ำเสมอไหม หรือทำดีแค่ตอนคบกันใหม่ๆ

การชนะใจลูกค้าหรือการชนะใจคนที่เรารักเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าลองชนะใจกันแล้ว เรื่องอื่นๆ ก็เป็นเรื่องรองในการคบกัน สำหรับคนที่มีคนที่รู้ใจแล้ว ก็ลองมองหาธนาคารที่รู้ใจของคุณดู เลือกคนที่เขาเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) ก็จะคบกันง่ายขึ้น

ขอให้ทุกท่านเจอสิ่งที่รู้ใจทั้งสองอย่าง เพราะนอกเหนือจากชีวิตส่วนตัวที่แสนจะมีความสุขแล้ว ชีวิตทางการเงินก็จะแสนสะดวกสบายไปด้วยครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน