
ติงเมกะโปรเจกต์ก่อมลพิษ
เอ็นจีโอออกโรงแนะรัฐทำกติกาภูมิภาคตั้งสภาประชาชนป้องสิ่งแวดล้อม
เอ็นจีโอออกโรงแนะรัฐทำกติกาภูมิภาคตั้งสภาประชาชนป้องสิ่งแวดล้อม
หวั่นเมกะโปรเจกต์พังสิ่งแวดล้อมอาเซียน วอนรัฐผุดกติกาภูมิภาคด้านลงทุนข้ามแดน
น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ ผู้ประสานงานการรณรงค์ประเทศไทย องค์กรแม่น้ำนานาชาติ กล่าวว่า การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปัจจุบัน ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล เพราะทุกประเทศต่างเร่งผลักดันเมกะโปรเจกต์จำนวนมาก ขณะที่กฎหมายสิ่งแวดล้อมและความรู้ของประชาชนในพื้นที่ที่มีโครงการขนาดใหญ่ยังตามไม่ทัน
“ตอนนี้เป็นช่วงสุญญากาศทางกฎหมาย บริษัทเอกชนข้ามชาติต่างมุ่งหวังเข้าไปกอบโกยทรัพยากรในประเทศอื่นหลังรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าจะเกิดผลกระทบอะไรต่อคนในชุมชนใกล้เคียง และอาจใช้วิธีการติดสินบนตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับท้องถิ่น” น.ส.เพียรพร กล่าว
ในเบื้องต้นอาเซียนมีแผนงานและกรอบกติกาด้านต่างๆ จำนวนมากแล้ว โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ จึงต้องการให้มีกติกาภูมิภาคว่าด้วยการลงทุนข้ามพรมแดนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เพื่อป้องกันการลงทุนที่ทำลายสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งภูมิภาค นอกจากนี้ควรแก้ไขกฎหมายเปิดช่องให้มีการตั้งสภาภาคประชาชน เช่น สภาแม่น้ำโขง สภาแม่น้ำสาละวิน เป็นองค์กรร่วมกันปกปักรักษาทรัพยากรในท้องถิ่นของตัวเองจากการลงทุนขนาดใหญ่ และก่อนจะมีการทำโครงการ ควรเปิดให้มีการประชาพิจารณ์เพื่อสะท้อนและเรียกร้องต่อผู้รับผิดชอบโครงการด้วย
พร้อมกันนี้ควรมีการให้ความรู้ด้านสิทธิและกฎหมายสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนในแต่ละประเทศด้วย เพราะปัจจุบันยังมีชาวบ้านที่ถูกเวนคืนที่ดิน โดยได้รับค่าขนย้ายเพียงแค่ 1 แสนกีบ หรือราว 400 บาท อีกทั้งประชาชนในหลายพื้นที่ของอาเซียนยังไม่ทราบว่าตัวเองมีสิทธิตั้งคำถามกับโครงการที่ไม่เป็นธรรม
ขณะที่ภาคเอกชนก็ต้องมุ่งเน้นการดำเนินงานที่เป็นความรับผิดชอบของสังคมต่อองค์กร (ซีเอสอาร์) อย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะทำซีเอสอาร์เชิงประชาสัมพันธ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและผลกระทบจากธุรกิจของตัวเอง เช่น ปลูกป่าชายเลน มอบส้วมลอยน้ำ สร้างห้องสมุด
ด้านข้อมูลขององค์กรแม่น้ำนานาชาติ พบว่าเฉพาะในประเทศเมียนมาร์มีโครงการเขื่อนที่ลงทุนโดยบริษัทจีนถึง 51 โครงการ ขณะที่ภาคเอกชนไทยก็ใช้หลักคิดที่ว่า หากไทยไม่เข้าไปจีนก็ต้องเข้าไปอยู่ดี จึงมีแนวคิดที่จะไปลงทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศเพื่อนบ้านอยู่มาก
“เราควรร่วมกันหวงแหนทรัพยากรของภูมิภาคเหมือนบ้านตัวเอง อาเซียนจะได้เป็นชุมชนที่อยู่เคียงข้างกัน และเดือดเนื้อร้อนใจแทนกันเมื่อถูกรุกรานจากกลุ่มทุน”







