posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

25 กุมภาพันธ์ 2556

ยุทธศาสตร์ยางพารา

ยุทธศาสตร์ยางพารา

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เร่งจัดทำยุทธศาสตร์การเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย เพื่อส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีผลผลิตยางพาราในประเทศประมาณปีละ 34 ล้านตัน แต่ส่งออกเป็นวัตถุดิบถึง 85% ในขณะที่ใช้เป็นวัตถุดิบในประเทศเพียงปีละ 4.8 แสนตันเท่านั้น ทำให้มีมูลค่าจากผลผลิตยางพาราในประเทศประมาณ 34 แสนล้านบาท หากสามารถส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 10% จะทำให้มูลค่ายางพาราเพิ่มขึ้นเป็นปีละไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท ทั้งนี้จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างยุทธศาสตร์ขึ้นมา 1 ชุด มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งราชการและภาคเอกชน เกษตรกรคาดว่าจะจัดทำยุทธศาสตร์เสร็จไม่เกินกลางปี 2556 โดยแนวทางจะเน้นส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ พร้อมชักชวนบริษัทข้ามชาติให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตยางในประเทศซึ่งจะเป็นการถ่ายโอนเทคโนโลยีและเป็นการเพิ่มการใช้ปริมาณยางในประเทศอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้มูลค่าการส่งออกยางพาราในรูปของยางแผ่น ยางแท่ง น้ำยางข้นและยางพาราอื่นๆมูลค่าร่วม 8.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกในรูปของผลิตภัณฑ์ยางรวม 8.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่งออกเป็นยางยานพาหนะประมาณ 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถุงมือยาง 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นต้น โดย

พร้อมส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยยกระดับมาตรฐานการผลิตปรับปรุงกฏรระเบียบรัฐที่ไม่เอื้อต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมและสนับสนุนการจับกลุ่มเครือข่ายให้เชื่อมโยงการผลิตได้

มีการเสนอโครงการนำร่อง 8 โครงการ เช่น โครงการทำระบบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางล้อรถยนต์เพื่อการส่งออก เป็นต้น

รมว.อุตฯ ปัดยื้อตั้งโรงไฟฟ้า

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาห กรรม กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรมทำให้การขอใบอนุญาตตั้งโรงงานผลิตพลังงานทดแทนเกิดขึ้นได้ลำบาก ว่าโรงงานผลิตพลังงานทดแทนอยู่ในข่ายต้องขออนุญาตเพื่อออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) จากคณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาอนุญาตโรงงานบางประเภท ที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการชุดนี้พยายามกลั่นกรองทุกกรณีที่ขออนุญาตให้รวดเร็วที่สุดและเป็นไปตามกรอบเวลา 90 วัน และการตั้งกรรมการชุดนี้ ไม่ได้ต้องการการประวิงเวลา หรือกลั่นแกล้งภาคธุรกิจแต่อย่างใด “ไม่มีใครกล้าไปเรียกเก็บอะไรแบบนั้น ผู้ขออนุญาตเข้ามามีแต่รายใหญ่ๆ และคณะกรรมการฯ ก็ทำงานกันเป็นคณะมีแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไม่ได้ตัดสินใจจากคนๆเดียว ถ้าผู้ประกอบการยื่นเอกสารมาครบและเรียบร้อยก็เอาเข้าคณะกรรมการเร็วที่สุด ที่บอกว่าไปเรียกเงินถ้าใครเจอมาบอกกับรัฐมนตรี(อุตสาหกรรม)ได้เลย” นายประเสริฐ กล่าว

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า โดยกระบวนการทำงานของคณะกรรมการฯ ต้องใช้เวลาเพราะนอกจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนแล้ว ต้องดูความครบถ้วนของข้อมูลและเอกสาร ทำให้บางกรณียังล่าช้า โดยตั้งแต่ต้นปีนี้มีกรณีขออนุญาตที่คณะกรรมการฯ ต้องพิจารณา 143 เรื่อง อนุมัติไปแล้ว 120 เรื่อง คงเหลืออยู่ 23 เรื่อง

โดยในนี้เป็นส่วนการขออนุญาตตั้งโรงงานพลังงานทดแทนทั้งพลังงานไฟฟ้าจากน้ำ ลม ชีวมวลและแสงอาทิตย์ทั้งสิ้น 55 เรื่อง โดยอนุมัติไปแล้ว 35 เรื่อง รวมกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,000 เมกะวัตต์ เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ 2 รายคือ บมจ.บางจากและบมจ.กฟผ. ส่วนที่เหลือเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก

ส่วนที่เหลือ 20 เรื่องที่ยังไม่อนุญาตเป็นกลุ่มที่ยังมีปัญหาหลักฐานเอกสารยังไม่เรียบร้อย เช่นมีกรณีที่ดินที่ใช้ก่อสร้างไปทับซ้อนที่สาธารณะ ซึ่งถ้าผู้ประกอบการจัดการปัญหาได้เรียบร้อยและยื่นหลักฐานมายังคณะกรรมการฯ ครบก็สามารถดำเนินการพิจารณาได้ทันที แต่หากเลยกรอบเวลา 90 วันไปแล้ว กระบวนการก็คงต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

นายประเสริฐ กล่าวว่า แต่การทำงาน%CUR%ต้องใช้เวลา เพราะนอกจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนแล้ว ต้องดูความครบถ้วนของข้อมูลและเอกสาร ทำให้บางกรณียังล่าช้า โดยตั้งแต่ต้นปีนี้มีกรณีขออนุญาตที่คณะกรรมการต้องพิจารณา 143 เรื่อง อนุมัติไปแล้ว 120 เรื่อง คงเหลืออยู่ 23 เรื่อง

บขส.ติดจอทีวีทุกที่นั่ง ก.ค.นี้

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า บริษัท ขนส่ง (บ.ข.ส.) อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับเอกชนในการปรับปรุงที่นั่งผู้โดยสารให้มีความสะดวกสบายขึ้น โดยจะติดตั้งจอโทรทัศน์ส่วนตัวทุกที่นั่ง บริการดูภาพยนตร์ ฟังเพลง เล่นเกม ลักษณะคล้ายกับที่นั่งผู้โดยสารบนเครื่องบิน เบื้องต้นจะนำร่องติดตั้งในรถ บ.ข.ส.วีไอพี 24 ที่นั่ง และรถปรับอากาศ 32 ที่นั่ง วิ่งระยะทางไกลเกินกว่า 200 กม. คาดให้บริการได้เดือน ก.ค.นี้ ประมาณ 100 คัน และจะไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสาร เพราะเป็นข้อเสนอของเอกชนที่ขอติดตั้งบนรถ บ.ข.ส.เอง พร้อมลงทุนคันละ 5 แสนบาท

ทั้งนี้ รูปแบบการลงทุน เอกชนจะเป็นผู้ลงทุนปรับปรุงที่นั่งผู้โดยสาร ค่าใช้จ่ายประมาณในการปรับปรุงประมาณคันละ 5 แสนบาท โดยเอกชนที่มาลงทุนมีรายได้จากการขายโฆษณาผ่านจอโทรทัศน์ ส่วนบขส.จะได้รายได้จากค่าสัมปทาน และส่วนแบ่งค่าโฆษณา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจารูปแบบเงื่อนไขอีกเล็กน้อย หากเจรจาแล้วเสร็จ จะมีการสร้างรถต้นแบบ คาดว่า จะสามารถเปิดตัวรถต้นแบบก่อนเปิดให้บริการจริงได้ภายในเดือนเม.ย.นี้ เชื่อว่า หากนำมาให้บริการแล้ว จะมีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้น

“โครงการนี้ เป็นข้อเสนอของเอกชน ที่มาคุยกับบขส. ซึ่งผมในฐานะกำกับดูแลบขส. ก็ได้ถามเอกชนไปแล้วว่า จะคุ้มทุนหรือไม่ เพราะเอกชนต้องออกค่าติดตั้งทีวี เกมส์ ทุกที่นั่งเอง มีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูง และเอกชน จะต้องเป็นลงทุนเอง แต่ผู้ประกอบการยืนยันว่า คุ้มที่จะลงทุน เพราะมองว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการรถบขส.มากถึง 40 ล้านคนต่อปี จะเป็นแรงจูงใจให้คนมาโฆษณาผ่านจอทีวีบนรถบขส. ตอนนี้อยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดอยู่ โดยการติดตั้งดังกล่าว จะดำเนินการโดยเอกชนรายเดียว ” นายประเสริฐ กล่าว

สำหรับแนวคิด การนำพื้นที่บางส่วนของสถานีขนส่งหมอชิต สร้างโรงแรมขนาดเล็ก เปิดให้เช่าราคาถูกประมาณวันละ 500 บาท ช่วยผู้โดยสารที่มีรายได้น้อย ที่ต้องการหาที่พักในกรุงเทพฯนั้น ขณะนี้ชะลอต้องโครงการดังกล่าวออกไปก่อน เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ไม่ให้เช่าพื้นที่ระยะยาว จากปัจจุบันสัญญาเช่า 3 ปี ต่อสัญญาแต่ละครั้ง เนื่องจากในอนาคต ร.ฟ.ท. ต้องนำพื้นที่ดังกล่าวไปก่อสร้างโครงการของร.ฟ.ท.

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำหรับการย้ายพื้นที่สถานีกรุงเทพ (หมอชิตใหม่) ต้องย้อนไปดูแผนเดิมที่ได้ตั้งเป้าหมายที่จะใช้หมอชิตใหม่ชั่วคราวไม่เกิน 5 ปี ก่อนจะหาพื้นที่ใหม่เป็นที่ตั้งถาวรได้ ดังนั้น โครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ที่ตั้งอยู่ปัจจุบัน จึงไม่มีประสิทธิภาพมากนัก

เบื้องต้นในระดับนโยบายยังต้องการให้อยู่ในพื้นที่เดิม แต่ในส่วนของ บขส.ต้องการให้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ เพื่อให้เป็นพื้นที่ของ บขส.อย่างแท้จริง ไม่ต้องเช่าพื้นที่ของร.ฟ.ท. และได้เสนอให้ใช้พื้นที่ย่านรังสิต แต่ไม่เกินตลาดไท โดยใช้วิธีการเชื่อมต่อประชาชนด้วยบริการขนส่งมวลชนแทน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหารถติดในเขตกรุงเทพฯได้ส่วนหนึ่งด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน