
สมาคมประกันชีวิตคาดปีนี้ธุรกิจโต17%
สมาคมประกันชีวิตไทย คาดธุรกิจปีนี้เติบโต 17% ขายเบี้ยได้ 4.5 แสนล้านบาท
สมาคมประกันชีวิตไทย คาดธุรกิจปีนี้เติบโต 17% ขายเบี้ยได้ 4.5 แสนล้านบาท
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมคาดว่าธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้จะมีการเติบโตประมาณ 17.3% หรือมีเบี้ยประกันรับรวมอยู่ที่ 4.59 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยรับรายใหม่ 1.62 แสนล้านบาท เติบโต 24.2% และเบี้ยรับปีต่อไป 2.97% เติบโต 13.9% โดยมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ที่ 86.4% ซึ่งจะทำให้สัดส่วนกรมธรรม์ประกันชีวิตต่อประชากรไทยเพิ่มเป็น 38% จากปัจจุบันอยู่ที่ 35% และเบี้ยประกันต่อจีดีพีหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มเป็น 3.6% จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.31%
อย่างไรก็ตาม ช่องทางขายปีนี้ยังมาจากตัวแทนเป็นหลัก 52% ขายผ่านธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์ 41% ที่เหลือเป็นช่องทางขายตรงและช่องทางอื่นๆ ส่วนกรมธรรม์ที่มีการเติบโตในปีนี้ยังเป็นแบบประกันที่เน้นเรื่องความคุ้มครองและสะสมทรัพย์เป็นหลัก เนื่องจากสามารถตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าได้
สำหรับปัจจัยหลักการเติบโตในปีนี้มาจากภาคธุรกิจต่างมีนโยบายออกแบบและพัฒนาแบบประกันที่มีความหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน และ และพัฒนาช่องทางขายที่หลากหลายและมีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ที่เกือบทุกบริษัทได้มีนโยบายเพิ่มจำนวนตัวแทนในอัตราสูงและพัฒนาคุณภาพตัวแทนให้สามารถแข่งขันระหว่างบริษัทด้วยกันได้ และยังเป็นการรองรับการเปิดเสรีอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนทั้งจากภาครัฐที่กระทรวงการคลังอนุญาตให้บุคคลธรรมดาสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในการปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการให้ความเห็นชอบแบบข้อความกรมธรรม์ประกันภัยและอัตราเบี้ยประกันภัยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นายสาระ กล่าวว่า ส่วนผลการดำเนินงานของปี 2555 ที่ผ่านมา มีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 3.91 แสนล้านบาท เติบโต 19% เมื่อเทียบกับปี 2554 โดยแบ่งเป็นเบี้ยรับรายใหม่ 1.3 แสนล้านบาท เติบโต 32% และเบี้ยรับปีต่อไป 2.6 แสนล้านบาท เติบโต 13% มีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ 88% โดยช่องทางตัวแทนยังคงเป็นอันดับหนึ่ง มีสัดส่วน 57% รองลงมาเป็นช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ 36% ส่วนที่หลือเป็นช่องทางอื่นๆ







