
‘ยิ่งลักษณ์’ฟื้นรับเบอร์ซิตี
เตรียมถกนายกฯมาเลเซีย28ก.พ.นี้
เตรียมถกนายกฯมาเลเซีย28ก.พ.นี้
ตั้งที่เขตเศรษฐกิจอ.สะเดางบ5พันล้านนายกฯ เดินหน้า ดันโครงการ “รับเบอร์ ซิตี”
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 ก.พ. รับทราบกำหนดการที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ เพื่อหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย
โดยประเด็นหนึ่งที่จะหารือ คือ โครงการรับเบอร์ ซิตี (Rubber City) หรือโครงการเมืองยาง ที่จะเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่ายางพารา
ทั้งนี้ ความร่วมมือในการจัดตั้งเมืองยางดังกล่าวนั้น เนื่องจากก่อนหน้ามาเลเซียได้แสดงความจำนงที่จะซื้อน้ำยางข้นจากไทยจำนวนมาก เพื่อนำไปผลิตเป็นถุงมือยาง โดยมาเลเซียเป็นประเทศที่ผลิตถุงมือยางส่งออกอันดับ 1 ของโลก มีเทคโนโลยีในการผลิตที่ดี ทำให้ยอดส่งออกถุงมือยางสูงกว่าไทยถึง 3 เท่า จึงมีความต้องการน้ำยางข้นในปริมาณมาก ในขณะที่ไทยก็จะได้ประโยชน์ในการขายน้ำยาง รวมไปถึงการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำของภาคเอกชนไทยในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยและมาเลเซียจะเป็นเพียงการหารือในกรอบกว้างๆ เพื่อนำมาสู่การปฏิบัติที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ไปหารือในรายละเอียด
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้หารือกับทางการมาเลเซีย เพื่อทำโครงการรับเบอร์ ซิตี ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทางการมาเลเซียเห็นด้วย ทั้งนี้รูปแบบโครงการคาดว่าจะมีลักษณะเหมือนนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ ใช้งบลงทุนเบื้องต้นประมาณ 5,000 ล้านบาท อาจจะเป็นพื้นที่บริเวณด่านสะเดา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในแผนเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐ
“โครงการดังกล่าวนอกจากประเทศไทยและมาเลเซียแล้ว แล้วจะมีการหารือกับประเทศอินโดนีเซียด้วย เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” นายยุทธพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายสำคัญสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยการผลักดันของนายพิเชษฐ สถิรชวาล อดีต รมช.อุตสาหกรรม ที่เสนอโครงการรับเบอร์ ซิตี ไว้เมื่อเดือน ส.ค. 2545 ครั้งนั้นจะใช้งบประมาณ 900 ล้านบาท ใช้พื้นที่ในนิคมเมืองยางบ้านฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา ตั้งแต่กลางน้ำถึงปลายน้ำ เพราะตั้งอยู่ในแหล่งวัตถุดิบ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาราคายางอย่างครบวงจร เพราะการแก้ไขด้วยการแทรกแซงราคาของรัฐไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวไม่คืบหน้า เพราะพื้นที่ที่จะตั้งเมืองยางมีปัญหาเรื่องการเช่าที่ดิน และไม่มีเจ้าภาพสานต่อที่ชัดเจน ทำให้โครงการไม่สามารถเกิดได้







