posttoday
ต่อยอดธุรกิจปาล์มมาเลเซีย

ต่อยอดธุรกิจปาล์มมาเลเซีย

19 กุมภาพันธ์ 2556

ในทุกๆ กิจการ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ล้วนก็ต้องการความเติบโต ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบของการโฆษณาสินค้าให้เป็นที่รู้จัก หรือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าและบริการ

ในทุกๆ กิจการ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ล้วนก็ต้องการความเติบโต ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบของการโฆษณาสินค้าให้เป็นที่รู้จัก หรือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าและบริการ

หากแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการทำให้ธุรกิจเติบโตก้าวหน้าได้ คงหนีไม่พ้นการเพิ่มมูลค่า และทำให้สินค้ามีความหลากหลายมากขึ้น

ล่าสุด ในอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของมาเลเซียนั้น องค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมาเลเซีย (เอสเอ็มอี คอร์ป) ได้เตรียมดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ภาคเอสเอ็มอีในประเทศมากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะธุรกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปาล์ม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 0.8% ของธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งหมดในมาเลเซีย

ฝ่ายวางแผนนโยบายและเศรษฐกิจของเอสเอ็มอี คอร์ป เปิดเผยกับเดอะ สตาร์ ว่า ภายใต้แผนแม่บทเอสเอ็มอี มาสเตอร์แพลน ของมาเลเซีย ระหว่างปี 25542562 นั้น แผนงานด้านพาณิชยกรรมเทคโนโลยี (ทีซีพี) ได้กำหนดให้รัฐบาลกรุงกัวลาลัมเปอร์ สนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยขยายผลจากแนวคิดต้นแบบไปสู่การผลิตสินค้าออกขายในเชิงธุรกิจได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ภายใต้แผนการดังกล่าวยังสนับสนุนทั้งในด้านของสาธารณูปโภค การเงิน การช่วยเหลือทางด้านเทคนิค ข้อมูลตลาด และเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจเอสเอ็มอีให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นด้วย

เอสเอ็มอี คอร์ป ของมาเลเซีย มองว่าธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันปาล์มไม่ควรเติบโตอยู่แต่เพียงธุรกิจต้นน้ำเท่านั้น แต่ควรผลักดันและส่งเสริมบรรดาธุรกิจปลายน้ำ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มมากยิ่งขึ้น อาทิ ธุรกิจเครื่องสำอาง น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ยา หรือการทำสารที่คล้ายน้ำมัน ซึ่งจะช่วยต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้

ทั้งนี้ มาเลเซียมีกิจการเอสเอ็มอีเกี่ยวกับน้ำมันปาล์มราว 6.45 แสนแห่ง ในจำนวนนี้รวมถึงผู้ปลูกปาล์มราว 3,853 บริษัท ผู้ค้าส่งน้ำมันปาล์ม 584 ราย และผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม 382 ราย โดยที่ธุรกิจน้ำมันปาล์มส่วนใหญ่จะเน้นไปในส่วนของธุรกิจต้นน้ำ

เอสเอ็มอี มาสเตอร์แพลนฉบับนี้ ยังสอดคล้องกับโครงการน้ำมันปาล์ม เอ็นทรี พ้อยท์ ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการแปรรูปเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่เน้นเรื่องการเพิ่มผลผลิตและการเพิ่มมูลค่าสินค้า เช่น การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพเชิงธุรกิจ การเพิ่มการเติบโตในกลุ่มธุรกิจอาหารและสุขภาพ

จุดสำคัญของการทำให้ธุรกิจเติบโตนั้น ต้องไม่มองเพียงแค่ธุรกิจที่เคยทำอยู่ แต่ต้องมองถึงช่องทางและโอกาสในการเติบโต เพื่อที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ซึ่งจะช่วยสร้างเม็ดเงินได้มากขึ้น และประเทศมาเลเซียเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำร่องมองกลยุทธ์ทางธุรกิจที่กว้างออกไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน