
รายย่อยปรับตัวหนีค่าแรง
เงินบาทแข็งแห่ซื้อเครื่องจักรทดแทนคนแนะผู้ประกอบการเขียนแผนดึงเงินทุน
เงินบาทแข็งแห่ซื้อเครื่องจักรทดแทนคนแนะผู้ประกอบการเขียนแผนดึงเงินทุน
บาทแข็งธุรกิจแห่ซื้อเครื่องจักรแทนค่าจ้าง 300 บาท แนะรายย่อยเขียนแผนดึงเงินทุน
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศขณะนี้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากสถานการณ์โดยรวมที่มีเสถียรภาพทั้งการเมือง อัตราว่างงาน และเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ แม้ผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้าง 300 บาท แต่ด้วยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจหลายแห่งหันไปลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตได้มากขึ้น แสดงให้เห็นทิศทางการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า มีผู้ประกอบการยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศจำนวน 8,184 ราย เพิ่มขึ้น 3,644 ราย คิดเป็น 80% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2555 สะท้อนว่าภาคธุรกิจตื่นตัวและตอบสนองต่อภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยรุ่นใหม่ ควรฝึกเขียนแผนธุรกิจที่เป็นสากล ซึ่งแผนธุรกิจที่ดีจะช่วยตอบคำถามต่างๆ ให้กับนักลงทุนหรือแหล่งทุนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนธุรกิจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่จะต้องถามตอบได้คล่องแคล่ว เพราะในอนาคตผู้ประกอบการไทยจะต้องเข้าไปแข่งขันธุรกิจในระดับโลกผ่านเวทีอาเซียน
นางกุลภัทรา สิโรดม คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ควรเร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซี ซึ่ง มธ.ร่วมกับ ตลท.และองค์กรธุรกิจได้จัดโครงการ Asia Venture Challenge 2013 เป็นปีที่ 8 เพื่อผลิตผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและผ่านสมรภูมิการแข่งขันในภูมิภาคเอเชียและระดับโลก
งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 68 มี.ค.นี้ ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี มี 12 มหาวิทยาลัย จาก 8 ประเทศร่วมเสนอการแข่งขันแผนธุรกิจ โดยแผนธุรกิจที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อนำมาแข่งขันในงานนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “Passion Driving Entrepreneurial Success” เปิดให้ผู้สนใจทั่วไปเข้ารับฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย







