
‘กรณ์’สั่งเกียร์ห้าแก้หนี้นอกระบบ5แสนรายต้องเสร็จให้ได้ในพ.ค.นี้
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบที่รัฐบาลจัดโครงการขึ้นนั้น มีลูกหนี้ที่มาลงทะเบียน 1.2 ล้านคน จะมีประมาณ 2 แสนคน เปลี่ยนใจไม่เข้าร่วมโครงการ ส่วนหนึ่งเกิดจากการติดต่อไม่ได้ และจะเหลือลูกหนี้จำนวน 1 ล้านคน
สำหรับในจำนวนนี้อย่างน้อย 5 แสนคน จะสามารถโอนหนี้เข้าระบบได้ทันที ส่วนที่เหลือจะติดปัญหาเรื่องรายได้ ไม่มีอาชีพ ไม่มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งจะมีมาตรการระยะที่สองออกมา ทำให้ลูกหนี้ส่วนนี้สามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ โดยจะประกาศความชัดเจนในช่วงปลายเดือน พ.ค.
ทั้งนี้ สุดท้ายแล้วทุกคนที่มาขึ้นทะเบียนจะต้องโอนหนี้เข้าระบบได้ ถ้าปัจจุบันใครขาดอาชีพ รัฐบาลก็จะเข้าไปดูแล หรือกรณีมีอาชีพ แต่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ก็จะหาผู้ค้ำประกันให้ ซึ่งกระทรวงการคลังยืนยันว่าจะให้ใครมาเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ก็ได้ โดยเจ้าหนี้นอกระบบเดิมของลูกหนี้ก็สามารถมาเป็นผู้ค้ำประกันให้ลูกหนี้รายนั้นๆ ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีลูกหนี้ธนาคารออมสินหลายรายทำเช่นนี้แล้ว
“
ถือว่าโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบประสบความสำเร็จ เพราะหากย้อนกลับไปดูช่วงเริ่มโครงการเดือน พ.ย. 2552 มีคนปรามาสว่าจะมีลูกหนี้มาขึ้นทะเบียนไม่ถึง 34 แสนคน แต่สุดท้ายก็มีคนมาขอความช่วยเหลือกว่า 1 ล้านคน ดังนั้นในชั้นแรกหากเราดูแลประชาชนได้ถึง 5 แสนคน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะมาตรการนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น และเป็นกลุ่มที่คอยความช่วยเหลือจากรัฐมาเป็นระยะเวลานาน” นายกรณ์ กล่าวนายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับ จ.ตรัง มีลูกหนี้มาขึ้นทะเบียนทั้งสิ้นประมาณ 1 หมื่นคน โดยในส่วนลูกหนี้ที่มูลหนี้ไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อคน ได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ส่วนลูกหนี้ที่เกิน 5 หมื่นบาทต่อคน ได้รับรายงานว่ามีจำนวนกว่าครึ่งได้เจรจาประนอมหนี้แล้ว คาดว่าจะแก้ไขได้หมดในเดือน พ.ค.นี้
กล่าวในการลงพื้นที่ จ.ตรัง เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐ ว่า การดูแลแก้ปัญหาหนี้นอกระบบต้องครบวงจร ต้องบริหารทั้งหนี้นอกระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และความจำเป็นต้องการใช้เงินฉุกเฉินในอนาคต ต้องหาทางให้ลูกหนี้นอกระบบเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ประสานงานกับธนาคารของรัฐทุกแห่ง เพื่อจัดให้มีวงเงิน ทั้งการโอนหนี้เข้าระบบ และเพื่อสำรองไว้ให้ลูกหนี้กู้เพิ่มเติมในอนาคต จะมีการประกาศหลักการให้ทราบอีกครั้งในเดือน พ.ค. เพื่อให้ลูกหนี้ที่มาขึ้นทะเบียนทั้งหมด 1.2 ล้านคนได้รับการดูแลต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการโอนหนี้เข้ามาอยู่ในระบบ การฝึกอาชีพ การฝึกให้มีวินัยทางการเงิน และการดูแลให้มีวงเงินที่เข้าถึงได้ในอนาคต
สำหรับวงเงินฉุกเฉินจะมีเงื่อนไข คือ จะให้กู้เท่ากับวงเงินเดิมที่ได้รับการโอนหนี้เข้ามาอยู่ในระบบ เช่น เดิมโอนหนี้เข้าระบบ 5 หมื่นบาท ใช้หนี้ไประยะหนึ่งแล้วหนี้เหลือ 4 หมื่นบาท เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินก็สามารถกู้เงินได้ 1 หมื่นบาทไปใช้จ่ายได้ ซึ่งจะยึดตามวงเงินเดิมที่เป็นหนี้ และหากลูกหนี้มีการเบิกวงเงินฉุกเฉินเร็วจะคิดดอกเบี้ยแพงหน่อย แต่ถ้าเบิกช้าจะคิดดอกเบี้ยถูก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้มีวินัย และถ้าปรากฏว่าเป็นลูกหนี้ที่ดี เช่น ผ่านไปแล้ว 6 เดือน ธนาคารก็อาจจะเพิ่มวงเงินพิเศษให้อีกต่างหาก เช่น วงเงิน 5 หมื่นบาท ก็อาจจะกู้ได้เป็น 5.56 หมื่นบาท เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน
นายกรณ์ กล่าวว่า ลูกหนี้ที่มาลงทะเบียน 1.2 ล้านคน จะมีประมาณ 2 แสนคน เปลี่ยนใจไม่เข้าร่วมโครงการ ส่วนหนึ่งเกิดจากการติดต่อไม่ได้ จะเหลือลูกหนี้จำนวน 1 ล้านราย ในจำนวนนี้อย่างน้อยประมาณ 5 แสนราย จะสามารถโอนหนี้เข้าระบบได้ทันที ส่วนอีกประมาณ 5 แสนราย จะติดปัญหาเรื่องรายได้ ไม่มีอาชีพ ไม่มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งจะมีมาตรการระยะที่สองออกมา ทำให้ลูกหนี้ส่วนนี้สามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ โดยจะประกาศความชัดเจนในช่วงปลายเดือน พ.ค.
ทั้งนี้ สุดท้ายแล้วทุกคนที่มาขึ้นทะเบียน จะต้องโอนหน้าเข้าระบบได้ ถ้าปัจจุบันใครขาดอาชีพ รัฐบาลก็จะเข้าไปดูแล หรือกรณีมีอาชีพ แต่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ก็จะหาผู้ค้ำประกันให้ ซึ่งคลังยืนยันว่าจะให้ใครมาเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ก็ได้ โดยเจ้าหนี้นอกระบบเดิมของลูกหนี้ก็สามารถมาเป็นผู้ค้ำประกันให้ลูกหนี้รายนั้นๆ ได้ ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีลูกหนี้ธนาคารออมสินหลายรายทำเช่นนี้แล้ว
"ถือว่าโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบประสบความสำเร็จ เพราะหากย้อนกลับไปดูช่วงเริ่มโครงการเดือน พ.ย.2552 มีคนปรามาสว่า จะมีลูกหนี้มาขึ้นทะเบียนไม่ถึง 34 แสนราย แต่สุดท้ายก็มีคนมาขอความช่วยเหลือกว่า 1 ล้านคน ดังนั้นในชั้นแรก หากเราดูแลประชาชนได้ถึง 5 แสนคน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะมาตรการนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น และเป็นกลุ่มที่คอยความช่วยเหลือจากรัฐมาเป็นระยะเวลานาน" นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับ จ.ตรัง มีลูกหนี้มาขึ้นทะเบียนทั้งสิ้นประมาณ 1 หมื่นราย โดยในส่วนลูกหนี้ที่มูลหนี้ไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อราย ได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ส่วนลูกหนี้ที่เกิน 5 หมื่นบาทต่อราย ได้รับรายงานว่า มีจำนวนกว่าครึ่งได้เจรจาประนอมหนี้แล้ว คาดว่าการแก้ปัญหาหนี้ของ จ.ตรัง จะเสร็จได้ก่อนกำหนดเร็วกว่าที่คาดจะเสร็จในเดือน มิ.ย. คือเสร็จได้ภายในเดือน พ.ค







