
รายย่อยใช้เฟซบุ๊กให้เป็น
ปัจจุบันต้องยอมรับว่าสื่อสังคมออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำธุรกิจของหลายบริษัท โดยเฉพาะสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่อาจมีทุนไม่มากนัก หรือยังคงไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสังคม
ปัจจุบันต้องยอมรับว่าสื่อสังคมออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำธุรกิจของหลายบริษัท โดยเฉพาะสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่อาจมีทุนไม่มากนัก หรือยังคงไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสังคม
ล่าสุด เว็บไซต์ “โซเชียลลี สแตก” (Socially Stacked) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ให้บริการด้านการออกแบบแอพพลิเคชันและโฆษณาบนเฟซบุ๊ก เผย 5 เคล็ดลับในการใช้กลไกของ “เฟซบุ๊ก” ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับธุรกิจ
1.ใช้ “ไทม์ไลน์” ให้เป็นประโยชน์ : เมื่อปีที่ผ่านมา เฟซบุ๊กได้ผุดรูปแบบการให้บริการใหม่ที่เรียกว่า “ไทม์ไลน์” ซึ่งเป็นเพจที่แสดงการพัฒนาหรือลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับเวลา โดยข้อดีของไทม์ไลน์นั้น คือ 1.มีรูปเปิด หรือ “คัฟเวอร์ โฟโต้” ซึ่งเป็นรูปขนาดใหญ่ด้านบนเพจเฟซบุ๊ก ที่เอสเอ็มอีสามารถใช้ในการโฆษณาโปรโมชันต่างๆ ของทางร้านได้ 2.การ “ไฮไลต์” ภาพหรือข้อความ ซึ่งจะช่วยทำให้ดูเด่นขึ้น
2.แบ่งปันความรู้ : เจ้าของเอสเอ็มอีไม่จำเป็นต้องโพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง โดยบางที่อาจเจอข้อมูลที่น่าสนใจและต้องการแบ่งปันกับลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น เจ้าของสปาอาจแบ่งปันลิงก์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์กับตัวลูกค้าแล้ว ทว่ายังจะช่วยให้พวกเขาอยากคลิกเข้าไปชมเพจบ่อยขึ้น
3.กล้าที่จะเผยเรื่องส่วนตัว : ไม่ต้องอายที่จะเผยภาพส่วนตัวของบริษัท เช่น ภาพทีมงาน รวมทั้งบรรยากาศการเฉลิมฉลองต่างๆ ของบริษัทวิธีดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริษัทได้ง่ายขึ้น
4.ขี้อวดบ้างไม่เสียหาย : สำหรับเพจเฟซบุ๊กของเอสเอ็มอีนั้น ควรประกอบด้วยเนื้อหาหลัก ซึ่งหมายถึงรายละเอียดสินค้าหรือบริการ เช่น ตำแหน่งร้าน เวลาเปิดปิด ตลอดจนราคาราว 70% อีก 20% คือเนื้อหาที่คนนอกเข้ามาแบ่งปันหรือโพสต์ และในส่วนของ 10% สุดท้ายควรเป็นข่าวความเคลื่อนไหวของธุรกิจ และที่สำคัญหากได้รับการตีพิมพ์ลงนิตยสาร หนังสือพิมพ์ หรือมีดาราคนดังมาซื้อสินค้าหรือบริการ ก็ควรโพสต์ลงให้ลูกค้าคนอื่นๆ ได้เห็น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพื่อเป็นการโฆษณาบริษัทนั่นเอง
5.พร้อมรับฟีดแบ็ก : ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตอบทุกคำถาม รวมทั้งยอมรับข้อตำหนิที่ลูกค้าอาจโพสต์บนหน้าเฟซบุ๊ก เพราะแม้ทุกคนสามารถมองเห็นได้ก็ตาม ทว่าแสดงให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจมีความเป็นมืออาชีพมากพอที่จะรับมือกับผลตอบรับทุกรูปแบบทั้งในแง่ลบและบวก อย่างไรก็ตาม หากเป็นเพียงข้อความก่อกวนหรือคำต่อว่าที่มีเนื้อหารุนแรงเกิน ผู้ประกอบการควรลบทิ้งและบล็อกผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวทันที







