
ลดบอนด์ทองเพิ่มหุ้น
พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
การปรับพอร์ตการลงทุนระดับโลก โดยลดการถือครองตราสารหนี้ในประเทศหลักและทองคำ จากนั้นโยกเข้าหาหุ้น ยังคงดำเนินต่อไป หลังมีสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในประเทศสหรัฐและจีน ขณะที่ประเทศใหญ่ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% และอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง พันธบัตรสหรัฐถูกขายทำกำไร ราคาร่วงจนดันบอนด์ยีลด์ 10 ปี ขึ้นมาที่ 2.01% จาก 1.78% เมื่อสิ้นปี 2555 และ 1.62% เมื่อสิ้นเดือน พ.ย. 2555
ทองคำถูกขายทำกำไรเช่นกัน ร่วงมาปิดใกล้ 1,600 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ จาก 1,675 เหรียญสหรัฐ เมื่อสิ้นปี 2555 และ 1,714 เหรียญสหรัฐ เมื่อสิ้นเดือน พ.ย. 2555
ตลาดหุ้นทั่วโลกเดินสวนตราสารหนี้และทองคำ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดสูงสุดในรอบ 5 ปี และอยู่ห่างจากระดับปิดสูงสุดตลอดกาลเพียง 1%เ ศษ ส่วนตลาดหุ้นไทยปิดสูงสุดในรอบ 18 ปี แต่ค่าพี/อีอยู่ที่ราว 14 เท่า ของประมาณการกำไรปี 2556 ไม่แพงจัดเหมือนเมื่อ 18 ปีก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้นถูกคาดหมายว่าจะโตราว 16.3% และ 15.8% ในปี 25562557 ตามลำดับ
น่าสังเกตว่า การถือครองหุ้นของนักลงทุนสถาบันระดับโลกยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวมาก ขณะที่เงินฝากในระบบธนาคารสหรัฐก็สูงเป็นประวัติการณ์ ราว 9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หลักๆ เป็นเพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ยังเข็ดขยาดจากวิกฤตเศรษฐกิจการเงินโลกถดถอยเมื่อปลายปี 2551 ต่อเนื่องในต้นปี 2552 ที่ฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานอย่างรุนแรง
แม้ยูโรโซนจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจหดตัวมากเกินคาดในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 แต่สหรัฐและจีนยังคงสัญญาณเศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัวในช่วง 4 เดือนหลัง ส่วนญี่ปุ่น ผู้นำใหม่ใช้ทั้งนโยบายการเงิน การคลัง รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน หวังฉุดให้เศรษฐกิจหลุดจากภาวะถดถอยและเงินฝืด ผลพวงจากญี่ปุ่นทำ QE จะเติมสภาพคล่องส่วนเกินเข้ามาในตลาดหุ้นแถบเอเชีย
ด้านที่ประชุม จี20 ให้คำมั่นไม่แทรกแซงค่าเงิน ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด พร้อมย้ำจะไม่เกิด “สงครามค่าเงิน” ตามที่หลายชาติกังวล ท่าทีของ จี20 ครั้งนี้นับเป็นแรงหนุนให้เงินเยนอ่อนค่าลงอีก โดยแตะ 93.82 เยนต่อเหรียญสหรัฐ
ขณะที่รัฐสภาสหรัฐพยายามขยายเส้นตายไปอีก 10 เดือน เพื่อซื้อเวลาในการแก้ปัญหาหน้าผาการคลังที่ใกล้ถึงเส้นตาย วันที่ 1 มี.ค. 2556 ความคืบหน้าเรื่องนี้จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นทั่วโลก
ตลาดหุ้นในระยะ 12 เดือนยังเป็นขาขึ้น หนุนโดยภาวะสภาพคล่องท่วมระบบการเงินโลก สัญญาณเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ที่ก่อให้เกิดการปรับพอร์ตการลงทุนระดับโลก อย่างไรก็ดีดัชนีหุ้นไทยวิ่งขึ้นมาเร็วและยาวเกือบ 3 เดือน การพักตัวเพื่อสร้างฐานราคาเป็นสิ่งที่ถูกคาดหมายได้ ช่วงปลายเดือน ก.พ. ตลาดอาจหยิบประเด็นความเสี่ยงทางการเมืองในอิตาลีและสเปน รวมถึงปัญหาหน้าผาการคลังสหรัฐ มาเป็นเหตุผลในการขายทำกำไร โดยเฉพาะบริเวณใกล้ 1,550 จุด ขณะที่แนวรับขยับขึ้นมาที่ 1,4901,500 จุด
ในระยะปานกลางยาว หุ้นที่เกี่ยวข้องกับกำลังซื้อในประเทศจะได้ประโยชน์จากกำลังซื้อในภาพรวมที่เติบโตเร็วขึ้นตามเศรษฐกิจ และเมกะโปรเจกต์มูลค่า 2 ล้านล้านบาท ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่ลดลง การขยายตัวของความเป็นเมืองและกลุ่มคนชั้นกลาง หุ้นที่อยู่ในข่ายนี้ ได้แก่ AOT, BGH, BTS, CPALL, GLOBAL, INTUCH, JAS, VGI, SIRIW1 เป็นต้น
พบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีครับ







