
เงินนอกทะลักเก็งกำไรหนักลดดอกไม่ช่วย
แบงก์เชื่อลดดอกเบี้ยไม่ช่วยชะลอเงินทุนไหลเข้า เหตุต่างชาติมุ่งเก็งกำไรค่าบาท แนะจับตาเงิน
แบงก์เชื่อลดดอกเบี้ยไม่ช่วยชะลอเงินทุนไหลเข้า เหตุต่างชาติมุ่งเก็งกำไรค่าบาท แนะจับตาเงิน
นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตรและตลาดทุนไทยในขณะนี้ เป็นการมุ่งเก็งกำไรจากค่าของเงินบาทมากกว่าการหาผลตอบแทนจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นการลดดอกเบี้ยในช่วงนี้ก็จะไม่ช่วยให้เงินทุนไหลเข้าชะลอตัวลงมา
อย่างไรก็ตาม นายธิติ มองว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นยังไม่ถึงขั้นกลายเป็นสงครามค่าเงิน เนื่องจากกระแสการกู้เงินจากแหล่งดอกเบี้ยต่ำมาหาผลตอบแทนแหล่งที่ดอกเบี้ยสูงกว่า (แครีเทรด) ในช่วงนี้ได้ลดความรุนแรงลงมาจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ผู้นำกลุ่ม จี7 เองได้ยืนยันว่าจะไม่ดำเนินนโยบายให้ค่าเงินของตัวเองอ่อนค่าลง จึงทำให้สถานการณ์ในช่วงนี้เริ่มผ่อนคลายลง
อย่างไรก็ดี นายธิติ กล่าวว่า เรื่องที่ยังต้องจับตามองอยู่ขณะนี้คือ การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 20% จากเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหากญี่ปุ่นยังดำเนินนโยบายต่อเนื่อง ความรุนแรงอาจยกระดับขึ้นอีกครั้ง และทำให้มีเงินไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียรวมถึงไทยเพิ่มขึ้น
“เมื่อถึงขั้นนั้นหากเงินยังไหลเข้าไม่หยุด ไทยอาจจำเป็นต้องพิจารณาใช้มาตรการสกัดเงิน เช่น การเก็บภาษีในตลาดพันธบัตรระยะสั้นสำหรับคนที่เข้าเร็วออกเร็ว” นายธิติ กล่าว
นายตรรก บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า แผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระยะกลางและระยะยาว รวมทั้งพื้นฐานเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่เติบโตได้ดี ทำให้ขณะนี้ไทยเป็นที่ดึงดูดเงินทุนไหลเข้าอันดับต้นๆ ของเอเชีย
อย่างไรก็ตาม จุดที่จะสะท้อนว่าไทยจำเป็นต้องออกมาตรการมาสกัดเงินไหลเข้า คือ การแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับภูมิภาค หากเงินบาทแข็งเร็วมากอาจต้องหามาตรการที่เหมาะสมเข้ามาดูแล แต่หากยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับภูมิภาคก็ยังไม่น่ากังวล
“แครีเทรดที่เข้ามาในไทยมีอยู่เรื่อยๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่ที่เห็นส่วนใหญ่ขณะนี้เป็นการลงทุนที่มีคุณภาพ เน้นผลตอบแทน ส่วนประเภทที่เข้าออกเร็วยังไม่เห็นมากนัก แต่ยังต้องติดตามดูต่ออย่างใกล้ชิด” นายตรรก กล่าว
ก่อนหน้านี้ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ปัญหาที่มีความเห็นที่แตกต่างกันของหน่วยงานรัฐ คือ ธปท. และกระทรวงการคลัง ไม่น่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ถามว่า ธปท.ได้เตรียมมาตรการรับมือเงินทุนไว้หมดแล้วหรือไม่ ก็ตอบว่ามีส่วนหนึ่ง แต่จริงๆ ทุกภาคส่วน ใครมีหน้าที่อะไรก็ต้องช่วยกัน







