
‘ไทยสมุทร’บุกเบี้ยรากหญ้า
เน้นขายเบี้ยถูกเพิ่มตัวแทนอีก5พันคนสั่งลงทุนอสังหาฯเพิ่มไม่สนลุยไฟในตลาดหุ้น
เน้นขายเบี้ยถูกเพิ่มตัวแทนอีก5พันคนสั่งลงทุนอสังหาฯเพิ่มไม่สนลุยไฟในตลาดหุ้น
ไทยสมุทรประกันชีวิต ตั้งเป้าเบี้ยใหม่ 5,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% รักษาฐานลูกค้ารากหญ้า
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันชีวิตใหม่ 5,900 ล้านบาท ขยายตัวขึ้นมาจากปีก่อน 30% และมีเป้าหมายเบี้ยประกันรับรวม 1.71 หมื่นล้านบาท เติบโต 16% และได้ตั้งเพิ่มตัวแทนใหม่ขึ้นอีก 5,000 คน จากปีก่อนที่มีอยู่ 1.7 หมื่นคน
“กลุ่มลูกค้าหลักนั้นเรายังคงเจาะตลาดลูกค้ารากหญ้าที่ชำระเบี้ยรายเดือนซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทไว้ โดยใช้กรมธรรม์ที่ขายดีในขณะนี้คือ ประกันคุ้มทวี ที่จ่ายเบี้ยขั้นต่ำเดือนละ 400 บาท ได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 450% และถ้าครบสัญญารับเงินคืน 150% ของทุนประกัน ชำระเบี้ย 15 ปี คุ้มครอง 20 ปี และขยายฐานลูกค้าสะสมทรัพย์ระยะยาว รวมทั้งช่องทางขายใหม่ๆ” นางนุสรา กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา มีเบี้ยประกันรับรวม 1.48 หมื่นล้านบาท เติบโต 12% เป็นเบี้ยประกันใหม่ 4,544 ล้านบาท เติบโต 31%
นางนุสรา กล่าวว่า ทางด้านการลงทุนนั้นคาดการณ์ว่าจะมีผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ประมาณ 6.1% จากสินทรัพย์ลงทุนกว่า 7 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2555 ที่บริหารผลตอบแทนจากการลงทุนได้ประมาณ 6.53% แต่สูงกว่าเป้าตั้งไว้ 6.2% ผลจากการลงทุนในหุ้นที่มีอยู่ 2% ของพอร์ตลงทุน ซึ่งปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้บริหารไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในปีนี้บริษัทยังไม่มีแผนจะลงทุนในหุ้นเพิ่มเพราะมีความเสี่ยงสูง แต่สนใจลงทุนปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น โดยได้ยื่นขอเพิ่มเพดานการลงทุนจาก 20% เป็น 25% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แล้ว เนื่องจากกฎใหม่ของการลงทุนให้ลงทุนในหุ้นได้ถึง 30%
“การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เราทำมานานแล้วและมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งการปล่อยกู้ก็ปล่อยแค่ 70% ของหลักทรัพย์ค้ำประกัน” นางนุสรา กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการลงทุนในอสังหาฯ อยู่ 16% ลงทุนในหุ้น 2% และเช่าเชื้อ 2% ที่เหลือลงทุนในพันธบัตร







