
กฟน.คาดยอดใช้ไฟเขตเมืองปีนี้โต 4-5%
การไฟฟ้านครหลวง คาดยอดใช้ไฟเขตเมืองปีนี้โต 4-5% ตัวเลขพีคจะแตะระดับ 7,800-7,900 เมกะวัตต์สูงสุดในรอบ10ปีตามสัญญาณเศรษฐกิจฟื้น
การไฟฟ้านครหลวง คาดยอดใช้ไฟเขตเมืองปีนี้โต 4-5% ตัวเลขพีคจะแตะระดับ 7,800-7,900 เมกะวัตต์สูงสุดในรอบ10ปีตามสัญญาณเศรษฐกิจฟื้น
นายรณชิต รัตนารามิก รองผู้ว่าการบริหารจัดการระบบจำหน่าย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ว่ามีอัตราการขยายตัวต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ ตั้งแต่เดือนม.ค.2553 โดยเฉลี่ย 3 เดือนแรก (ม.ค.-มี.ค) มีความต้องการใช้ไฟฟ้า 10,890 ล้านหน่วย หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13.3% โดยปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค)ในปีนี้ จะอยู่ที่ 7,800-7,900 เมกะวัตต์ ขยายตัว 4-5% หรือสูงสุดในรอบ 10ปี
ทั้งนี้ ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในเขตจำหน่ายของกฟน. มีการขยายตัวทุกประเภทกิจการ ได้แก่ บ้านที่อยู่อาศัย ธุรกิจ อุตสาหกรรม และส่วนราชการ เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1-2% เนื่องจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของที่อยู่อาศัยพบว่า มียอดขอจดมิเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเดือนละ 1 หมื่นราย จากปกติอยู่ที่ 6,000-7,000 ราย เท่านั้น สะท้อนให้เห็นจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีจำนวนมากขึ้น ในเขตกรุงเทพฯและบริเวณรอบนอก ประกอบกับมาตรการลดค่าธรรมเนียการโอนบ้านที่จะสิ้นสุดลงเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการขอมิเตอร์ไฟฟ้ามากขึ้น
"การใช้ไฟฟ้าปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวแน่นอน เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีความต้องการใช้ไฟอยู่ที่ 4.17 หมื่นล้านหน่วย ติดลบ 1.2 % จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่ปีนี้เท่าที่ติดตามตัวเลขการใช้ไฟฟ้าเดือนม.ค. อยู่ที่ 3,495 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 22.3% เดือน ก.พ. อยู่ที่ 3,525 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 10.6% ส่วนเดือนมี.ค. อยู่ที่ 3,953 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 8.9% ซึ่งแสดงให้เห็นภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และโครงการที่อยู่อาศัยมีการขยายตัว มากขึ้นทำให้ยอดการใช้ไฟฟ้าโตตามไปด้วย นอกจากนี้ตัวเลขพีคในเขตกรุงเทพล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มี.ค.อยู่ที่ระดับ7,651 เกมะวัตต์" นายรณชิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่จะสูงขึ้นทางกฟน.มีการเตรียมการเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อน โดยขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งยืนยันจะไม่มีปัญหาไฟฟ้าดับเกิดขึ้นแน่นอน เนื่องจากมีการพัฒนาระบบจ่ายไฟฟ้าทั้งจากสถานีต้นทางและสถานีย่อย สามารถจ่ายไฟฟ้าให้ลูกค้าที่มีอยู่3.1 ล้านรายได้อย่างเพียงพอ
นายรณชิต กล่าวว่า แผนลงทุนโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ระยะ 15 ปี(2551-2565 ) วงเงิน 7 หมื่นล้านบาท ว่า ขณะนี้ได้เริ่มทยอยดำเนินการในหลายฟื้นที่ ได้แก่ พหลโยธิน ปทุมวัน พญาไท สุขุมวิท จิตรลดา สีลม โดยคาดว่าหลังจากโครงการแล้วเสร็จจะช่วยทำให้เกิดความเป็นระเบียบและสร้างความสวยงามให้กับภูมิทัศน์ในเขตกรุงเทพมากขึ้น รวมทั้งสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าด้วย







