
รักยุคใหม่ปินส์
หลายคนอาจยังสำลักความหวานในวันแห่งความรักไม่หาย ขณะที่บางคนไม่ได้ยินดียินร้าย แต่น่าสนใจว่า “วาเลนไทน์” กำลังสะท้อนวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคมอาเซียน
หลายคนอาจยังสำลักความหวานในวันแห่งความรักไม่หาย ขณะที่บางคนไม่ได้ยินดียินร้าย แต่น่าสนใจว่า “วาเลนไทน์” กำลังสะท้อนวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคมอาเซียน
แองเจลินา นิโน สาวฟิลิปปินส์วัย 22 ปี ผู้จัดการร้านอาหารเป็นตัวอย่างของความรักของหนุ่มสาวที่ปรับตัวรับยุคแห่งเทคโนโลยีเมื่อแฟนหนุ่มชาติเดียวกันที่เดินทางไปทำงานในอิตาลีสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการส่งของขวัญครบรอบ 1 ปีของความสัมพันธ์ ซึ่งห่างกับเทศกาลวาเลนไทน์เพียงไม่กี่วัน โดยจ้างนักร้องและนักกีตาร์มาครวญเพลงหวานซึ้งต่อหน้าเธอ พร้อมกับจดหมายรักที่หนุ่มเจ้าของเซอร์ไพรส์ตั้งใจเอาชนะระยะทาง
ไม่เพียงหนุ่มสาวรุ่นใหม่ แต่รุ่นใหญ่ก็พึ่งพาบริการแบบนี้ เพื่อรักษาชีวิตครอบครัวไม่ให้จืดชืด อย่างกรณีของ กลอเรีย กูวารา วัย 57 ปี ที่สามีทำงานในละตินอเมริกา
ฉากบอกรักที่เรียกน้ำตาสาวนิโนเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในแดนตากาล็อกช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ เพราะมีชาวฟิลิปปินส์เกือบ 10% ของประชากรทั้งหมด 94 ล้านคน ทำงานในต่างประเทศ
ความรักที่ห่างไกลทำให้มีที่ทางสำหรับบรรดาคิวปิดรับจ้างที่ให้บริการสุดพิเศษ ซึ่งรวมทั้งบรรเลงเพลงกล่อม ตุ๊กตาหมี และบริการบันทึกภาพเหตุการณ์สุดซึ้งส่งกลับไปให้ลูกค้าในต่างประเทศ หากใครไม่อยากให้ความหวานจางหาย ก็สามารถโพสต์ลงยูทูบเพื่อให้คงอยู่นานเท่านานในโลกออนไลน์
บริการสุดบรรเจิดนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2553 โดย เจสัน เดลา โรซา อดีตโปรดิวเซอร์บันทึกเสียงที่ระบุว่า เป็นคนแรกและเป็นผู้ให้บริการมืออาชีพรายเดียวในฟิลิปปินส์ เพราะมีลูกค้าจำนวนมากที่คิดถึงบ้าน รวมถึงหนุ่มสาวไกลบ้านที่ต้องการแสดงความรักต่อแฟนที่อยู่ห่างไกลหลายพันไมล์
เดลา โรซา บอกว่า บริการพิเศษนี้แตกต่างจากการส่งดอกไม้ทั่วๆ ไปที่มีอยู่ดาษดื่น เพราะเสริมการร้องเพลงและบันทึกภาพวินาทีแห่งความประทับใจเข้าไปด้วย ซึ่งเขาและหุ้นส่วนมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จนร่วมกันก่อตั้งบริษัทชื่อ “ฮารานา” (Harana)
น่าสนใจว่า ฮารานา เป็นวัฒนธรรมแบบฟิลิปปินส์ ที่หนุ่มๆจะเกี้ยวพาราสีสาวที่ตัวเองชื่นชอบ ด้วยการไปบ้านเธอเพื่อร้องเพลงและเล่นกีตาร์จนกว่าสาวคนที่ถูกปลื้มจะออกมาที่หน้าต่าง หรือเชิญหนุ่มเข้าไปพบพ่อแม่ แต่วัฒนธรรมนี้กำลังหายไปจากสังคมตากาล็อก
เดลา โรซา มองว่า บริการสุดพิเศษสำหรับคู่รักของเขาเป็นความพยายามที่จะทำให้วัฒนธรรมการเกี้ยวสาวแบบฟิลิปปินส์คงอยู่ เพียงแต่ทำให้ทันสมัยมากขึ้นและใช้เพลงที่กำลังฮิต
เทรนด์ความรักแบบใหม่ที่เกิดขึ้นและได้รับความนิยมอย่างมากในฟิลิปปินส์ สะท้อนว่า ไม่มีประเทศไหนที่มีสัดส่วนประชากรที่ทำงานในต่างประเทศมากเท่าฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในภาคบริการ การแพทย์ และอุตสาหกรรมขนส่งทางเรือ (ชิปปิง)
แต่การแสดงความรักสไตล์ใหม่นี้ก็มีต้นทุนไม่น้อย ค่าบริการส่งต่อความรักผ่านบทเพลงซึ้ง 2-3 เพลง จากนักร้องและนักดนตรีมืออาชีพ เป็นสักขีพยานส่งมอบจดหมายรัก ตุ๊กตาแทนใจ อัดวิดีโอและถ่ายภาพเหตุการณ์ประทับใจ รวมๆ 7,000 เปโซ (ราว 170 เหรียญสหรัฐ) เงินจำนวนนี้เท่ากับ 1 ใน 3 ของเงินเดือนของสาวนิโน ในฐานะผู้จัดการร้านอาหาร และอาจเสียค่าบริการมากกว่านี้หากต้องการจ้างนักร้องดังๆ







