
ITU ฟันธงการประมูล3จีของไทยเป็นธรรม
สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เผยผลการศึกษาและการประเมินการประมูล 3จีของไทยโปร่งใส เป็นธรรม ถูกหลักเกณฑ์
สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เผยผลการศึกษาและการประเมินการประมูล 3จีของไทยโปร่งใส เป็นธรรม ถูกหลักเกณฑ์
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (14 ก.พ.) กทค. ได้รับมอบรายงานผลการศึกษาและประเมินการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ (3จี) ฉบับสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมาของประเทศไทย จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) โดยผลการศึกษาและการประเมินการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ (3จี) ของประเทศไทย จาก ITU สรุปได้ว่า กสทช. โดย กทค. ประสบความสำเร็จในการประมูลคลื่นความถี่ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดสรรคลื่นความถี่ตามมาตรฐานสากล โดยมีหลักการ วัตถุประสงค์ การออกแบบ และผลที่ได้รับจากการประมูลคลื่นความถี่ สอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล
ทั้งนี้ ผลการศึกษาและประเมินจาก ITU ระบุว่า การจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ ของ กสทช. โดย กทค. ครั้งที่ผ่านมา มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ปราศจากข้อสงสัย ทางด้านกฎระเบียบ และกฎหมาย อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติการประมูลคลื่นความถี่ในประเทศต่างๆ หลายประเทศทั่วโลก ขณะที่ การออกใบอนุญาตที่ผ่านมา มีเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ เรื่อง การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน และ MVNO ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการแข่งขัน
สำหรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภค โดยมีเงื่อนไขในการลดอัตราค่าบริการลงอย่างน้อย 15% จากค่าเฉลี่ยของอัตราค่าบริการทั้งตลาด ณ วันที่ได้รับใบอนุญาต ส่วนราคาที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ เมื่อเทียบกับผลการประมูลของประเทศอื่นๆ พบว่าเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว และไม่น้อยเกินไป
พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ผลการศึกษาและประเมินดังกล่าว ของ ITU จะเป็นประโยชน์ต่อการอนุญาตและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่ที่สอดคล้องตามหลักปฏิบัติสากล และเหมาะสมกับสภาพตลาดโทรคมนาคมของประเทศไทย ซึ่ง กสทช. โดย กทค. จะทำการแปล และเผยแพร่เอกสารดังกล่าว เพื่อเป็นประโยชน์ทางวิชาการและทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณะ และที่สำคัญจะนำความเห็นพร้อมทั้งข้อเสนอแนะดังกล่าว มาใช้ในการจัดทำหลักเกณฑ์การประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ของประเทศไทยในครั้งต่อไป







