
กระทุ้งรัฐแก้เหลื่อมลํ้า
เร่งออกกฎหมายไล่เก็บภาษีมรดกที่ดินพัฒนาทักษะการศึกษาคนรากหญ้า
เร่งออกกฎหมายไล่เก็บภาษีมรดกที่ดินพัฒนาทักษะการศึกษาคนรากหญ้า
นักวิชาการดันกฎหมายภาษีมรดกและภาษีที่ดิน ลดปัญหาสังคมเหลื่อมล้ำ
นายกิตติ ประเสริฐสุข ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนครั้งนี้อาจคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ช่วงประมาณปี 25202530 ที่กลุ่มทุนจากญี่ปุ่นแห่เข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก มีผลดีคือคนไทยรวยขึ้น แต่มีผลเสียคือความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นตามมาด้วย จึงเห็นว่าภาครัฐควรเริ่มนำมาตรการทางภาษีหลากหลายรูปแบบเข้ามาแก้ไขปัญหา
“เงินภาษีคือสิ่งที่รัฐสามารถจัดเก็บได้จากคนรวย แล้วนำกลับมาพัฒนาสาธารณูปโภคและสวัสดิการสังคมให้แก่คนจน หรือที่เรียกว่ารีดิสทริบิวชัน มาตรการทางภาษีตัวหนึ่งที่เราควรจะมีขึ้นมาคือภาษีมรดก เพื่อลดทอนการส่งต่อความรวยจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้ช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยยิ่งสูงขึ้น” นายกิตติ กล่าว
นายกิตติ กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่มีการใช้ภาษีมรดกแล้ว ส่งผลให้บรรดาเศรษฐีในสหรัฐอเมริกาหันมาตั้งมูลนิธิของตัวเองเพื่อทำเรื่องการกุศลในรูปแบบต่างๆ แล้วลดมูลค่ามรดกที่ให้แก่ลูกหลานลง อีกทั้งยังช่วยลดทอนปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมลงไปบ้าง
นอกจากภาษีมรดกแล้ว ภาครัฐควรผลักดันให้เกิดภาษีที่ดินโดยเร็ว เพราะที่ดินเปล่าส่วนใหญ่ของไทยในปัจจุบันเป็นของกลุ่มนายทุนหรือบรรดาเศรษฐี การจัดเก็บภาษีที่ดินจะช่วยให้นำเงินมาพัฒนาโอกาสต่างๆ ให้กลุ่มคนจนได้มากขึ้น ที่สำคัญไทยยังควรต้องปรับโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้มีอัตราก้าวหน้าสูงขึ้น เพิ่มอัตราภาษีผู้มีรายได้สูง
อย่างไรก็ตาม คนจนก็ไม่ควรรอภาครัฐเก็บภาษีจากคนรวยมาพัฒนาสวัสดิการให้เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องเร่งพัฒนาทักษะตัวเองเพื่อให้พร้อมแข่งขันด้วย
ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาทักษะของคนจน ภาครัฐยังต้องเข้ามาช่วยสร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษาให้แก่กลุ่มคนจนด้วยเช่น การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตฟรี ปัจจุบัน หากราคาอินเทอร์เน็ตรายเดือนยังอยู่ที่ 599 บาท เชื่อว่ากลุ่มคนจนคงไม่มีโอกาสศึกษาหาความรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตแน่
สำหรับกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นของกลุ่มทุนต่างประเทศ ต้องเร่งปรับรูปแบบธุรกิจของตัวเองให้สอดคล้องกับสภาพสังคมมากขึ้น เช่น เมื่อมีโมเดิร์นเทรดเข้ามา หากกลุ่มเอสเอ็มอียังยึดรูปแบบการค้าขายแบบดั้งเดิมก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ ต้องปรับปรุงร้านให้มีความทันสมัยมากขึ้น







