
คาดกำไร CPALL ทำสถิติสูงสุด
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า คาดกำไรสุทธิบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ผู้ประกอบการร้านค้าสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น ในประเทศไทย ไตรมาส 4 ปี 2555 ที่กำลังจะประกาศในไม่กี่วันข้างหน้านี้ จะเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องที่ 3,182 ล้านบาท “ธนชาต” คาดยากที่คู่แข่งจะทาบรัศมี
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า คาดกำไรสุทธิบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ผู้ประกอบการร้านค้าสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น ในประเทศไทย ไตรมาส 4 ปี 2555 ที่กำลังจะประกาศในไม่กี่วันข้างหน้านี้ จะเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องที่ 3,182 ล้านบาท “ธนชาต” คาดยากที่คู่แข่งจะทาบรัศมี
บล.แห่งนี้ คาดการณ์ว่ายอดขายของ CPALL ในไตรมาส 4 ปี 2555 จะเติบโต 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามฐานสาขาที่เพิ่มขึ้น (ประมาณการ 6,826 แห่ง เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) และรายได้เฉลี่ยต่อสาขาเก่าที่จะเติบโตสูง หลังประสบความสำเร็จจากโปรโมชันแสตมป์ทั่วไป เทศกาลกินเจและผลบวกจากการรุกออกโปรโมชันของผู้ประกอบการเครื่องดื่มประเภทชา แถมช่วงปลายปี 2554 มีบางสาขาถูกน้ำท่วม ทำให้ไตรมาส 4 ปี 2554 ยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาไม่สูงนัก
ด้านอัตรากำไรที่ยังทรงตัวสูงต่อเนื่องตามสัดส่วนของกลุ่มสินค้าที่ใกล้เคียงไตรมาส 3 ปี 2555 และค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาที่ต่ำลงจากไตรมาส 3 ปี 2555 ที่มีสัดส่วน 3.3% ของยอดขาย
ดังนั้น จึงประมาณการกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2555 เดินหน้าทำสูงสุดใหม่ต่อเนื่องที่ 3,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 10% จากไตรมาส 3 ปี 2555 ผลักดันกำไรทั้งปี 2555 ที่ 1 บาทต่อหุ้น อัตราผลตอบแทน 2% และปรับประมาณการกำไรทั้งปี 2556 ขึ้นจากเดิม 5% เป็น 13,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากปี 2555
บล.ไอร่า มีมุมมองเชิงบวกต่อกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างของ CPALL ทั้งเรื่องแรก การมุ่งเป็นร้านอิ่มสะดวกผ่านการผลักดันยอดขายในสินค้าอาหาร โดยเฉพาะบริการอาหาร 30% ของยอดขายอาหารพร้อมรับประทาน ที่ปัจจุบันมีขายแล้วกว่า 2,500 สาขา และมีแนวโน้มขยายเพิ่มขึ้น
เรื่องที่สอง สินค้าและบริการใหม่ภายใต้แนวคิด FirstOnlyBest Product ที่ร่วมกับคู่ค้าและการขยายการให้บริการของเคาน์เตอร์เซอร์วิส เพื่อให้ครอบคลุมต่อความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้นควบคู่กับแผนการขยายสาขาเชิงรุก
CPALL ตั้งเป้ามีสาขาให้ครบ 1 หมื่นสาขา ในปี 2561 ท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่มีต่อเนื่อง
สมาคมผู้ค้าปลีกไทย คาดอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่ง ปี 2556 เติบโตกว่า 12% ส่งผลให้นักวิเคราะห์ บล.ไอร่า ตั้งเป้ายอดขาย CPALL เพิ่มเป็น 1315% และปรับประมาณการรายได้และกำไรปี 2556 ขึ้นจากเดิม 3% และ 5% เป็น 2.15 หมื่นล้านบาท และ 1.38 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% และ 21%
นอกจากนั้นยังเลือกหุ้นนี้เป็นหุ้นแนะนำในกลุ่มพาณิชย์ โดยให้ราคาเป้าหมาย 54 บาท หรือสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2556 ที่ 35 เท่า ต่ำกว่าระดับ พี/อี ที่ควรจะเป็น และให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) ในช่วงปี 2556-2558 ที่ระดับสูงสุดในกลุ่ม
CPALL เป็นหุ้นขนาดใหญ่อันดับ 7 ของตลาดหุ้นไทย ฐานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของร้านค้าบริษัท รูปแบบดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งและความเสี่ยงต่ำ ความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่นด้วยอาร์โออี 54% หรืออันดับ 6 ของตลาดหุ้นไทย
นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ให้ความเห็นว่า หุ้นนี้สมควรซื้อขายที่ระดับมูลค่าสูงกว่ารายอื่น แต่ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับเดียวกับรายอื่น เทียบค่าเฉลี่ยในอดีตที่ต่างกัน 4.4 เท่า ตั้งแต่ปี 2548 ในขณะที่กลยุทธ์การเติบโตเชิงรุกมากขึ้นใน 3 ปี 2556-2558 กำไรปกติต่อหุ้นเติบโต 24% ใกล้เคียงคู่แข่ง CPALL ต้องเพิ่มสาขาปีละ 500-550 สาขาต่อปี เพื่อให้แตะเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 หมื่นสาขา ในปี 2561 และการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมในปี 2555-2519 เท่ากับ 12% 7% และ 6% จากเดิม 7% 6% และ 5%
คู่แข่งอย่างแฟมิลี่ มาร์ท (CRC) มินิ บิ๊กซี และลอว์สัน (กลุ่มสหพัฒน์) รวมถึงบีเจซี มาร์ท (เบอร์ลี่ยุคเกอร์) ไม่มีนัยสำคัญต่อ CPALL เพราะครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 53% ที่กำลังเร่งขยายสาขาและมีอำนาจต่อรองเหนือกว่า
บริษัทมีศูนย์กระจายสินค้า 5 แห่ง และมีแผนขยายสาขาเพิ่มในอนาคต โดยผลิตภัณฑ์ที่ขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น มีความแตกต่างเนื่องจากใช้รูปแบบ Food CVS และผลิตภัณฑ์แบรนด์เฉพาะ และการพัฒนาไปพร้อมกับผู้จัดจำหน่าย ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ในตลาดยากที่จะแข่งขัน
ดังนั้น แนะนำให้ลงทุนสูงสุดในกลุ่มพาณิชย์และให้ราคาเป้าหมายหุ้นละ 60 บาท







