
ปตท.สผ.เจรจายืดหนี้1.5หมื่นล้าน
PTTEP คุยสถาบันการเงินยืดอายุหนี้ให้ยาวขึ้น 1.5 หมื่นล้าน หลังพบปี 2558 ต้องคืนหนี้ 4.2 หมื่นล้าน
PTTEP คุยสถาบันการเงินยืดอายุหนี้ให้ยาวขึ้น 1.5 หมื่นล้าน หลังพบปี 2558 ต้องคืนหนี้ 4.2 หมื่นล้าน
น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะขอปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน เพื่อขอยืดระยะเวลาในการชำระคืนหนี้เป็นระยะยาวมากขึ้น เนื่องจากในปี 2558 มีหนี้ที่ครบกำหนดชำระทั้งสิ้น 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท แต่บริษัทจะขอยืดในส่วนของหนี้วงเงิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบันบริษัทมีหนี้ทั้งหมดประมาณ 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.1 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทเลือกวิธีการขอเจรจาเพื่อยืดหนี้แทนการขอวงเงินใหม่เพื่อนำไปชำระหนี้คืนเงินกู้เดิม (รีไฟแนนซ์) เนื่องจากเงื่อนไขในการกู้เงินในอดีตมีอัตราดอกเบี้ยที่ดี ระดับไลบอร์บวก 1% ต่ำกว่าปัจจุบันหาก PTTEP ขอวงเงินกู้จะถูกคิดดอกเบี้ยไลบอร์บวก 1.31.5% โดยต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากสถาบันการเงินมีต้นทุนในการสำรองเงินเพื่อรองรับบาร์เซล 3
น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าวว่า ในปี 2556 นี้มองว่าตลาดการเงินจะมีความผันผวนอย่างมาก ทั้งอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งบริษัทได้มีการติดตามอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด โดยพยายามจะทำให้เกิดการป้องกันความเสี่ยงโดยธรรมชาติ ไม่เน้นการเก็งกำไร เพราะมองว่าหากมองผิดพลาด จะก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) และในฐานะประธานชมรมบริหารความเสี่ยง สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวว่า ความเสี่ยงสำคัญที่มีผลกระทบมากสุดในปีนี้คือ อัตราแลกเปลี่ยน กรณีเงินบาทแข็งค่าส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการภาคส่งออกอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เงินบาทแข็งทำให้ต้นทุนพลังงานของประเทศต่ำลง โดยทุก 1 บาทแข็งค่าทำให้ประหยัดต้นทุนนำเข้าน้ำมันลงประมาณ 0.50 บาทต่อลิตร และยังเป็นโอกาสให้ภาคธุรกิจไทยใช้จังหวะนี้ไปลงทุนในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ในแง่ของ ปตท.อาจไม่ใช้จังหวะนี้เร่งไปลงทุนต่างประเทศ แต่จะใช้เงินลงทุนตามงบที่กำหนดไว้ ปีนี้มีแผนจะลงทุนระดับ 1,000-2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ







