
เมเจอร์ฯควงพันธมิตรลุยอาเซียน
ตั้งโฮลดิงร่วมทุนรับกำลังซื้อเออีซีคาดปีนี้โต15-20%
ตั้งโฮลดิงร่วมทุนรับกำลังซื้อเออีซีคาดปีนี้โต15-20%
เมเจอร์ฯ กางแผน 35 ปี ผุดโรงหนังโบว์ลิงทั่วอาเซียนรับธุรกิจบันเทิงรุ่ง มั่นใจปีนี้รายได้โต 1520%
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เปิดเผยว่า ในอีก 35 ปีข้างหน้า บริษัทมีแผนจะลงทุนเปิดโรงภาพยนตร์และโบว์ลิงในอาเซียนมากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูงอย่างมากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ทั้งนี้ การจะเข้าไปดำเนินธุรกิจจะต้องเข้าไปพร้อมกับพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าหรือคอมมูนิตี มอลล์ เนื่องจากบริษัทไม่มีแผนจะลงทุนเปิดโรงภาพยนตร์ในรูปแบบสแตนด์อโลน และการลงทุนต้องเข้าไปร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น เนื่องจากต้องการสร้างความแข็งแกร่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“อาเซียนถือเป็นโอกาสในการลงทุน แต่การเข้าทำธุรกิจคงจะไม่ได้เข้าไปเพียงคนเดียว ต้องหาพันธมิตร ซึ่งล่าสุดได้ร่วมกับอิออน มอลล์ เปิดศูนย์การค้าที่เมืองเสียมเรียบ กัมพูชา” นายวิชา กล่าว
สำหรับการลงทุนในกัมพูชาจะใช้เงินลงทุน 150 ล้านบาท เปิดโรงภาพยนตร์ 7 โรง และโบว์ลิง 14 เลน ขณะนี้อยู่ระหว่างเริ่มก่อสร้างโครงการ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้เดือน มิ.ย. 2557 ตั้งเป้าใช้เวลา 34 ปีในการคืนทุน
“กฎหมายในกัมพูชาเปิดโอกาสให้ต่างชาติสามารถลงทุนได้ 100% แต่บริษัทจะหาพันธมิตรท้องถิ่น โดยจะตั้งเป็นบริษัท เมเจอร์อินเตอร์เนชั่นแนล หรือเป็นโฮลดิง และอยู่ระหว่างหาพันธมิตรในกัมพูชามาร่วมลงทุน” นายวิชา กล่าว
สำหรับปีนี้บริษัทมีแผนจะใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท เพื่อเปิดโรงภาพยนตร์แห่งใหม่ทั้งในประเทศและกัมพูชา และเพิ่มเลนโบว์ลิงอีกกว่า 40 เลน โดยจะขยายสาขาไปพร้อมกับการเปิดห้างแห่งใหม่ อาทิ เซ็นทรัลหาดใหญ่ เชียงใหม่ อุบลราชธานี สมุย โรบิน สันพนมสารคาม เทสโก้ โลตัส 10 แห่ง และบิ๊กซี 3 แห่ง
ปัจจุบันบริษัทมีโรงภาพยนตร์ที่เปิดให้บริการ 410 โรง คาดว่าถึงสิ้นปีนี้จะมีไม่ต่ำกว่า 500 โรง และทุกโรงภาพยนตร์จะเป็นระบบดิจิตอล ซึ่งในปี 2558 บริษัทตั้งเป้าว่าจะมีโรงภาพยนตร์ที่เปิดให้บริการ 600 แห่ง โดยในปีนี้บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโต 1520%
นายวิชา คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในปีนี้จะเติบโตจากปีก่อน 1520% จากมูลค่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งการเปิดโรงภาพยนตร์ใหม่มากขึ้นจะทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์เติบโต ขณะเดียวกันจะมีภาพยนตร์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้น เช่น พระนเรศวร รวมไปถึงภาพยนตร์ฮอลลีวูด เช่น ไดฮาร์ท เป็นต้น







