posttoday
อุตฯหนังสือเผชิญวิกฤตแนะเปิดเออีซี

อุตฯหนังสือเผชิญวิกฤตแนะเปิดเออีซี

13 กุมภาพันธ์ 2556

หนังสือไทยวิกฤต ต้นทุนพุ่งกำลังซื้อถดถอย ทยอยเจ๊งแล้ว 60 ราย แนะหาพันธมิตรลุยอาเซียน

หนังสือไทยวิกฤต ต้นทุนพุ่งกำลังซื้อถดถอย ทยอยเจ๊งแล้ว 60 ราย แนะหาพันธมิตรลุยอาเซียน

นายวรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมหนังสือไทย เผชิญกับปัจจัยลบด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากราคากระดาษ การขึ้นค่าแรง 300 บาท และต้นทุนการขนส่งสินค้า ที่สะท้อนออกมาในรูปแบบการขอขึ้นค่าโลจิสติกส์ของร้านหนังสือค่ายใหญ่ 2 ค่าย

นอกจากนี้ ยังพบว่ากำลังซื้อโดยรวมของผู้บริโภคที่ลดลงจากโครงการรถคันแรกในปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบถึงปีนี้ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและอาจลดการซื้อหนังสือที่ถือว่าไม่ใช่สินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันลงไป

ทั้งนี้ สิ่งที่สะท้อนออกมาในภาพรวมในปี 2555 และคาดว่าจะต่อเนื่องในปีนี้คือ การล้มหายตายจากของสำนักพิมพ์ขนาดเล็กมากกว่า 60 แห่ง และมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังมีผู้เข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะมีรายใหม่ประมาณ 30 ราย แสดงให้เห็นว่าธุรกิจนี้ยังเติบโตได้จากช่องว่างตลาดที่ยังมีอยู่

อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณบวกที่เข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมหนังสือปีนี้ จากโครงการกรุงเทพมหานครเมืองหนังสือโลก จะช่วยกระตุ้นให้ตลาดตื่นตัวทั้งทางด้านผู้ผลิต คือ สำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย ร้านหนังสือ การลดหย่อนภาษีสำหรับบริจาคหนังสือ การมีผู้ผลิตรายใหม่ๆ สร้างสรรค์การผลิตหนังสือแนวใหม่ๆ หรือมีรูปลักษณ์ที่น่าสนใจ จะช่วยขยายฐานผู้อ่านได้มากขึ้น

มีการทำตลาดในระดับผู้อ่านเบื้องต้น (Entry Level อายุ 10 12 ปี ที่สามารถอ่านหนังสือเล่มได้แล้ว) มากขึ้น การเพิ่มจำนวนสาขาของร้านหนังสือ Chain Store และร้านค้าระดับท้องถิ่น การจัดงานหนังสือสัญจร การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอ่านของสำนักพิมพ์ จะสามารถขยายฐานผู้อ่านให้เพิ่มมากขึ้นได้อีกมากในอนาคต”

นอกจากนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 ยังเป็นอีกโอกาสในการขยายตลาดของผู้ประกอบการหนังสือไทย ด้วยการมองหาพันธมิตรเพื่อขายลิขสิทธิ์และนำหนังสือไทยไปแปลเป็นภาษาในประเทศต่างๆ ในอาเซียน โดยเฉพาะหนังสือบันเทิง เช่น นวนิยายและหนังสือเกี่ยวกับอาเซียน

สำหรับปีนี้สมาคม คาดว่า อุตสาห กรรมหนังสือจะเติบโตที่ 7% คิดเป็นมูลค่า 2.42 หมื่นล้านบาท จากปี 2555 ที่มีมูลค่า 22.6 หมื่นล้านบาท เติบโต 56% จากปี 2554 และหากมีผู้ผลิตที่ออกหนังสือโดนใจวัยรุ่นได้ ก็อาจทำให้ธุรกิจหนังสือโตมากกว่านี้ เพราะกลุ่มวัยรุ่นถือเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญที่ตัดสินใจซื้อง่าย โดยสำนักพิมพ์ และร้านหนังสือต้องปรับตัว ทำสินค้าให้ตรงใจผู้อ่านมากยิ่งขึ้น และยังไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าได้มากนัก จากการแข่งขันที่สูงขึ้น

“การทำซ้ำ การเลียนแบบ หรือการทำตามกันในรูปแบบหนังสือแนวเดียวกัน หากไม่มีความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ จะไม่สามารถอยู่รอดได้ และเชื่อว่าหนังสือพิมพ์ขนาดเล็กสามารถขยับไปเป็นสำนักพิมพ์ขนาดกลางได้หลายแห่ง และสำนักพิมพ์ขนาดกลางก็สามารถขยับไปเป็นสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ได้หากมีการปรับตัว” นายวรพันธ์ กล่าว

ขณะที่หมวดสินค้าที่ยังเป็นที่นิยมในตลาด ยังเป็นกลุ่มนวนิยายวัยใส นวนิยายผู้ใหญ่ แนวแฟนตาซี และเชื่อว่าการเข้ามาของอีบุ๊ก จะเป็นเพียงตัวเสริมทางด้านสื่อในการอ่าน และยังไม่สามารถทดแทนหนังสือเล่มได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า

จะไม่กระทบกับธุรกิจหนังสือเล่มในระยะใกล้หรืออย่างน้อย 5 ปี จึงจะเห็นผลกระทบที่ชัดเจน

ในส่วนของ EBook นั้น นายวรพันธ์มองว่าตลาด EBook จะเป็นเพียงตัวเสริมทางด้าน Media การอ่านเท่านั้น และยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถทดแทนตัวหนังสือเล่มได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 5 ปีข้างหน้า

“ไทยยังมีการติดตามและทดลองทั้งในส่วนของผู้ผลิต คือ สำนักพิมพ์ ผู้จำหน่าย เช่น ร้านหนังสือ หรือ Operator ต่างๆ เช่น AIS ยังคงอยู่ในช่วงทดลองตลาดและเทคโนโลยี ยังมีหนังสือจำนวนน้อยที่ทำการขายบน EBook อย่างจริงจัง น้อยกว่า 0.01% หนังสือดิจิตอล อาจไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ธุรกิจหนังสือล้มหาย แต่สื่อดิจิตอลอื่นๆ ต่างหากที่ทำให้คนสนใจหนังสือน้อยลง คำตอบของการอยู่รอดในอนาคตที่คนทำหนังสือต้องคิดคือ นิยามตัวเองใหม่ที่ต้องเป็นมากกว่าหนังสือ (Beyond Book)”

ส่วนการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 นั้นถือเป็นโอกาสสำคัญที่ “ผู้ผลิตหนังสือ” ในฐานะสื่อการเรียนรู้จะหาทางสร้างสรรค์งานเพื่อตอบสนองความอยากรู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน

“สิ่งพิมพ์ที่มีปริมาณมากที่สุดคือ สิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทความรู้ทั่วไป ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ สังคม วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ พอสังเขป และมักนำเสนอแยกออกเป็นรายประเทศ บางครั้งทำให้เกิดปัญหาต่อการทำความเข้าใจภูมิภาคนี้แบบองค์รวม ความเข้าใจจึงควรจะเป็นการเข้าใจถึงความคิด ความเชื่อ ค่านิยมทั้งหลายที่อยู่ภายในของ “คน” ในแต่ละประเทศ คำถามที่น่าสนใจคือ ข้อมูลข่าวสารเหล่านี้จะมีโอกาสนำมาเผยแพร่ได้อย่างไร

อีกด้านหนึ่ง รูปแบบของการนำเสนองานในเชิงวิชาการอาจไม่เพียงพอ แต่งานด้านวรรณกรรม หรือ นวนิยายของประเทศต่างๆ ควรได้รับการแปลและเผยแพร่ เนื่องจากวรรณกรรมเป็นสิ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ และสภาพของสังคม ของแต่ละประเทศได้อย่างดี

รัฐบาลอาจต้องสนับสนุนด้านศูนย์การแปล เพื่อเป็นตัวเร่งให้เกิดการแลกเปลี่ยนงาน และยังเป็นการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในประชาคมอาเซียนด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ยกระดับการอ่าน ความรู้ ความเข้าใจ ระหว่าง “คนอาเซียน” ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” นายวรพันธ์กล่าวในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท