
1 วิจัย 3 พัฒนา 5 แก้ไข ภารกิจกระทรวงแรงงาน
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
หากมองจากฝ่ายการเมือง ในช่วงเวลาที่ต้องชิงโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี “กระทรวงแรงงาน” มักถูกจัดเป็น “กระทรวงเกรดซี” เพราะได้รับงบประมาณและอำนาจน้อยกว่ากระทรวงอื่นมากนัก
แต่หากมองในมุมของประชาคมอาเซียน “กระทรวงแรงงาน” จัดว่ามีหน้าที่รับผิดชอบเทียบเท่า “กระทรวงเกรดเอ” เพราะภาคแรงงานเกี่ยวข้องกับทั้งเรื่องความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม หรือพูดได้ว่าเกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียนครบทั้ง 3 เสา
เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งหมด 9 ข้อ แบ่งเป็น การวิจัย 1 เรื่อง พัฒนา 3 เรื่อง และจัดทำและแก้ไขกฎหมายอีก 5 ฉบับ
เริ่มต้นจากการวิจัยอุปสงค์และอุปทานของตลาดแรงงานฝีมือในประเทศสมาชิกอาเซียน เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ภาคการศึกษาและภาคแรงงานของไทย ทราบถึงความต้องการของแต่ละประเทศ เพื่อจะได้ผลิตบุคลากรและเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังประเทศต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม การวิจัยดังกล่าวยังติดขัดปัญหาหลายด้าน เช่น บางประเทศยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน หรือบ้างก็ไม่เปิดเผยข้อมูลเต็มที่
สำหรับเรื่องที่ต้องพัฒนา 3 เรื่อง เผดิมชัย กล่าวว่า เรื่องแรก คือ การพัฒนาขีดความสามารถแรงงานไทย แบ่งเป็นการพัฒนาสมรรถนะหลัก ทั้งทักษะภาษาอังกฤษ ภาษาอาเซียน ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน เทคโนโลยีสารสนเทศ ทัศนคติการทำงานและการบริหารจัดการองค์กร ต่อมาคือสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของการผลิตและบริการ เน้นการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และสำรวจความต้องการอื่นๆ เพิ่มเติม
เรื่องที่สอง การพัฒนาระบบรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเพิ่มปริมาณการลงทุนในประเทศให้มากขึ้น ล่าสุด ได้พัฒนาระบบรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติแล้ว 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น และกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอะไหล่ยนต์
และเรื่องที่ต้องพัฒนาเรื่องสุดท้าย การพัฒนาทักษะเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นการพัฒนาทักษะแรงงานทั้งระบบ ตั้งแต่แรงงานเก่าในระบบการจ้างงาน ไปจนถึงแรงงานใหม่ที่สำเร็จการศึกษาและกำลังจะสำเร็จการศึกษา โดยจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีขั้นสูงในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 6 แห่ง และจัดตั้งใหม่อีก 6 แห่ง พร้อมทั้งฝึกอบรมเทคโนโลยีขั้นสูงในกลุ่มอุตสาหการ กลุ่มช่างเครื่องกล กลุ่มช่างไฟฟ้า กลุ่มช่างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
รมว.แรงงาน กล่าวด้วยว่า เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อม ทั้งเพื่อสวัสดิการของแรงงานไทยที่จะไปทำงานในต่างประเทศ สิทธิและสวัสดิการแรงงานต่างด้าวที่จะทำงานในไทย รวมถึงความสัมพันธ์อื่นๆ ระหว่างแรงงานระหว่างประเทศ รองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานที่จะเกิดขึ้น
โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างจัดทำและแก้ไข มีทั้งสิ้น 5 ฉบับ ประกอบด้วย 1.พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 2.ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่...) พ.ศ. ... 3.พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 4.พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และ 5.พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
เผดิมชัย กล่าวว่า สำหรับงบอาเซียนในปีงบประมาณ 2556 นี้ ได้รับมาทั้งสิ้น 108 ล้านบาท โดยทั้งหมดจัดสรรไปให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานดำเนินงานก่อน ส่วนการพัฒนาและปรับปรุงที่อยู่ในส่วนของหน่วยงานอื่น ใช้งบประมาณปกติเข้ามาช่วยจัดสรร
“งบประมาณด้านอาเซียนที่ได้รับ 108 ล้านบาท ยังถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับงบของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในปีงบประมาณนี้ ได้รับจัดสรรทั้งสิ้นกว่า 2,100 ล้านบาท”
รมว.แรงงาน ย้ำว่า แม้จะมีการทยอยวิจัย พัฒนาและปรับปรุงแก้ไขในหลายเรื่องแล้ว ก็ยังคงมีข้อกังวลอยู่บ้างหากภาคแรงงานเองไม่พยายามปรับตัว เช่น ความเสี่ยงกรณีแรงงานถูกเลิกจ้างจากการเข้ามาแย่งงานของแรงงานต่างชาติที่เคลื่อนย้ายตามบริษัทแม่ที่เข้ามาลงทุนในไทย กลุ่มดังกล่าวได้เปรียบเรื่องภาษา ภาคแรงงานจึงต้องปรับตัวไปพร้อมกับกระทรวง
ส่วนฝั่งกลุ่มผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวเช่นกัน เช่นท้ายที่สุดแล้ว การปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานยุคประชาคมอาเซียน จะต้องเกิดจากฝั่งผู้ประกอบการด้วย เช่น แนวโน้มแรงงานพม่าเคลื่อนย้ายกลับไปทำงานในประเทศตัวเอง ผู้ประกอบการก็ต้องหันมายึดหลัก “อัตตาหิ อัตตโนนาโถ”จากการประกาศของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่า ว่าจะพาแรงงานพม่ากลับประเทศ ผู้ประกอบการก็ต้องหันมายึดหลัก “อัตตาหิ อัตตโนนาโถ”
“คนยุคใหม่ เรื่องบางอย่างก็จ้างเอาอย่างเดียว ไม่ทำเอง แต่เมื่อเช่น ซักผ้า บางคนใช้เครื่องซักผ้า บางคนจ้างคนใช้ แต่สมมติเครื่องซักผ้าเสียหรือแรงงานกลับประเทศไป ไม่มีคนทำให้ ก็ซักเองไม่ได้ เสื้อผ้าก็กองไป 7 วัน เข้าสู่ยุคประชาคมอาเซียน อะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องทำให้เป็น พึ่งตัวเองให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไร ก็จะเป็นเครื่องคุ้มครองตัวเองที่ดีที่สุด”







