
นโยบายการเงินจะชี้ชะตาเงินบาทหรือไม่?
ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.729.9 ซึ่งถือเป็นกรอบที่ใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า แต่จะชะลอการแข็งค่าลง
ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.729.9 ซึ่งถือเป็นกรอบที่ใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า แต่จะชะลอการแข็งค่าลง
ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นแรงหนุนต่อความมั่นใจของนักลงทุนและส่งผลให้ยังมีการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนที่สูงในประเทศตลาดเกิดใหม่
ในสัปดาห์นี้ มีตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามหลายตัว อาทิ GDP ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และสิงคโปร์ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น
โดยตลาดก็ยังเฝ้าจับตามองผลประชุมของผู้ดำเนินนโยบายการเงินในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ มาตรการ QE จากสหรัฐ ส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคปรับแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 29.79 และมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างแคบระหว่าง 29.6029.85 โดยมีประเด็นความเห็นที่ไม่ตรงกันเรื่องการใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นเครื่องมือในการชะลอการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ จาก กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ส่งจดหมายถึง วีระพงษ์ รามางกูร ประธานบอร์ด ธปท. ท้วงติงที่ ธปท. ปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติติดต่อกัน ขณะที่ในตลาดพันธบัตรรัฐบาล เรายังเห็นนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเป็นผู้ซื้อสุทธิ กระแสดังกล่าวทำให้เราต้องจับตามองการประกาศตัวเลข GDP ของไทยสำหรับไตรมาส 4 ปี 2555 ในวันที่ 18 ก.พ. และการประชุมนโยบายการเงิน วันที่ 20 ก.พ.
ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.3641 เหรียญสหรัฐต่อยูโร โดยนักลงทุนเริ่มกลับมาแสดงความกังวลต่อปัญหาในยูโรโซนอีกครั้ง
ส่วนค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 92.82 เยนต่อเหรียญสหรัฐ แนวโน้มที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในระดับอ่อนค่ามากสุดในรอบ 3 ปี จนประเทศคู่แข่งทางการค้าของญี่ปุ่น อาทิ เกาหลีใต้และไต้หวัน เริ่มแสดงความไม่พอใจที่เงินเยนอ่อนค่าลงมาก หากเมื่อเทียบกับต้นปี เงินเยนอ่อนค่าแล้วกว่า 18.45% แต่เมื่อผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนที่จะครบวาระ ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว และตลาดจะจับตารอดูการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน รวมถึงผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าการฯ คนใหม่ ซึ่งมีผลกำหนดทิศทางของเงินเยนในระยะต่อไป
สำหรับสถานการณ์ในตลาดตราสารหนี้ไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับลดลงประมาณ 0.020.12% ในสัปดาห์ก่อน โดยเห็นนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อพันธบัตรไทย ในช่วงอายุ 310 ปีมากขึ้น
ขณะที่ผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 15 ปี ออกมาค่อนข้างดี สะท้อนจากนักลงทุนเสนอซื้อมากกว่าปริมาณการประมูลที่ 7,000 ล้านบาท ถึง 2.53 เท่า เราคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มทรงตัวในช่วงต่อไป ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอาจจะปรับตัวลงได้จำกัด จากการนำเสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษ เพื่อระดมทุนของธนาคารพาณิชย์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน







