posttoday
ค้าปลีกไทยโกยโอกสทองเออีซียักษ์ใหญ่กางแผนรุก-ปรับโฉมรับ

ค้าปลีกไทยโกยโอกสทองเออีซียักษ์ใหญ่กางแผนรุก-ปรับโฉมรับ

07 กุมภาพันธ์ 2556

ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย เพราะในแต่ละปีจะมีมูลค่าการค้าขายไม่ต่ำกว่า 1.4 ล้านล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะเติบโต 1012% ส่วนหนึ่งของการขยายตัวที่ดีมาจากนักธุรกิจของไทยมีวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจ ทำให้ไม่ว่าประเทศไทยจะมีปัจจัยลบอะไรเกิดขึ้น ธุรกิจก็ยังคงเดินหน้าต่อ ขณะเดียวกันก็มีการขยายตัวที่ดีกว่าบางช่วงเวลาที่การเมืองนิ่ง เศรษฐกิจดีเสียอีก ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมธุรกิจค้าปลีกยังมีการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง

ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย เพราะในแต่ละปีจะมีมูลค่าการค้าขายไม่ต่ำกว่า 1.4 ล้านล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะเติบโต 1012% ส่วนหนึ่งของการขยายตัวที่ดีมาจากนักธุรกิจของไทยมีวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจ ทำให้ไม่ว่าประเทศไทยจะมีปัจจัยลบอะไรเกิดขึ้น ธุรกิจก็ยังคงเดินหน้าต่อ ขณะเดียวกันก็มีการขยายตัวที่ดีกว่าบางช่วงเวลาที่การเมืองนิ่ง เศรษฐกิจดีเสียอีก ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมธุรกิจค้าปลีกยังมีการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง

อีกปัจจัยสำคัญที่จะเป็นแรงหนุนให้ธุรกิจค้าปลีกของไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องก็คือ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 เพราะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่สำคัญของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายธุรกิจไปสู่อาเซียนเพื่อรับกำลังซื้อ 600 ล้านคน และในทางกลับกันยังมีโอกาสกอบโกยเงินจากนักลงทุนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลมาไทย

จากโอกาสดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกเริ่มกางแผนธุรกิจในอนาคต ทั้งการเปิดศูนย์ใหม่และปรับปรุงศูนย์เก่าให้มีความทันสมัย สวยงาม มีบริการครบครัน ซึ่งย่านที่มีการปรับตัวมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นย่านใจกลางเมือง เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการศูนย์การค้าแต่ละรายต่างออกมาตบเท้าปรับศูนย์เก่าและเตรียมเปิดศูนย์ใหม่กันอย่างคึกคัก

บริษัท สยามพิวรรธน์ ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการค้าปลีกเดินหน้าปรับปรุงศูนย์การค้าในเครืออย่างต่อเนื่อง โดยการควักกระเป๋า 1,800 ล้านบาท ปรับโฉมศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ รวมทั้งเตรียมงบอีก 6 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ อาคารสยามทาวเวอร์ ขยายศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานใหม่อีก 34 โครงการใน 3 ปีนับจากนี้ นั่นรวมถึงโครงการศูนย์การค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเฟสแรกมูลค่า 3,000 ล้านบาท

ขณะที่บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ก็มีแผนที่จะปรับปรุงศูนย์การค้าในเครืออย่างต่อเนื่อง เริ่มด้วยใช้งบ 500 ล้านบาท ปรับซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารในศูนย์การค้าสยามพารากอนเพื่อนำร้านอาหารต่างชาติเข้ามาเปิดให้บริการกว่า 10 แบรนด์ หลังใช้งบ 200 ล้านบาท ปรับแผนกแฟชั่นไปแล้ว

นอกจากนี้ ยังจะใช้งบอีก 500 ล้านบาท ปรับปรุงศูนย์การค้าเดอะมอลล์สาขาบางแคและท่าพระ พร้อมกับใช้งบกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ผุดโครงการเอ็มโพเรียม 2 หรือ “เอ็มควอเทียร์” อยู่ตรงข้ามเอ็มโพเรียม สุขุมวิท 24 โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าพร้อมเปิดตัวในปี 2557

เท่านั้นยังไม่พอ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังกางแผนเตรียมเปิดศูนย์การค้าใหม่เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 5 สาขาในอีก 10 ปีนับจากนี้ จากปัจจุบันเปิดให้บริการศูนย์การค้าเพียง 10 สาขา ทั้งนี้ก็เพื่อรองรับการเปิดเออีซีที่จะเกิดขึ้นในปี 2558

บริษัท เกษร แลนด์ แอสเซท แมนเนจเม้นท์ ผู้บริหารศูนย์การค้าเกษร ก็ลุกขึ้นมาปรับปรุงศูนย์การค้าเกษรครั้งใหญ่ในรอบ 12 ปี ภายใต้งบกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของความเป็นผู้นำด้านลักชัวรีไลฟ์สไตล์ระดับโลก จะเริ่มปรับปรุงในเดือน ก.พ.นี้ กำหนดแล้วเสร็จเดือน ต.ค.ปีนี้ ต่อด้วยการเตรียมงบ 3,500 ล้านบาท ก่อสร้างศูนย์การค้าเกษรส่วนขยายเฟส 2 ติดกับโครงการเดิม ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน 26 ชั้น และศูนย์การค้า 4 ชั้น

ที่ลืมกล่าวถึงไม่ได้คือ กลุ่มเซ็นทรัล เพราะทั้งบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น) และบริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น (ซีอาร์ซี) ต่างออกมาเปิดแผนขยายธุรกิจทั้งเชิงรับและเชิงรุก เพื่อรองรับการเปิดเออีซีที่จะเกิดขึ้น

กลยุทธ์เชิงรับของเซ็นทรัลคือ การเข้าปักหมุดในทำเลทองที่จะกลายเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไทยกับประเทศรอบด้าน ด้วยการขยายสาขาในแต่ละภูมิภาค นั่นคือ จ.เชียงราย เชื่อมต่อจีนตอนใต้ จ.อุดรธานี เพื่อเชื่อมต่อลาวและกัมพูชาไปจนถึงเวียดนาม รวมถึงสาขาหาดใหญ่ที่หวังจับลูกค้าชาวมาเลเซีย และเซ็นทรัลเวสท์เกต ที่ยึดทะเลภาคตะวันตกเชื่อมต่อพม่า

กอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีพีเอ็น กล่าวย้ำว่า ซีพีเอ็นต้องมองคู่แข่งเพื่อเรียนรู้ และเข้าไปจับจองทำเลที่ตั้งเมื่อมองเห็นประโยชน์ของเออีซี จึงต้องเข้าไปฉกฉวยโอกาสจากการเติบโตเพื่อให้ธุรกิจเติบโตตาม

นอกจากการตั้งรับแล้ว กลุ่มเซ็นทรัลยังเดินกลยุทธ์เชิงรุกด้วยการเข้าไปสยายปีกแล้วใน 3 ประเทศ ประกอบด้วย อิตาลี จีน และล่าสุดคือ อินโดนีเซีย ที่จะเปิดห้างเซ็นทรัล แกรนด์ อินโดนีเซีย ที่กรุงจาการ์ตา ปี 2557

โดยในส่วนของอิตาลีมีห้างรีนาเซนเต 2 แห่ง และอีก 1 ห้างที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ขณะที่จีนมีห้างเซ็นทรัลเข้าไปเปิดให้บริการที่เมืองหางโจว เมืองเฉิงตู มีห้างเซ็นทรัลและห้างเซน เปิดที่เมืองเสิ่นหยาง ส่วนอินโดนีเซีย ได้นำห้างเซ็นทรัลเข้าไปเปิดให้บริการภายในศูนย์การค้า แกรนด์ อินโดนีเซีย ช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ ที่กรุงจาการ์ตา

อย่างไรก็ตาม ค้าปลีกไทยจะไปรุ่งหรือไม่ในเออีซี รวมถึงการตั้งรับอย่างแข็งแกร่งในเมืองไทย นอกจากการขยับอย่างขยันขันแข็งของผู้ประกอบการเองแล้ว ส่วนหนึ่งยังต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐไปพร้อมกันโดยเฉพาะกำแพงภาษีสินค้านำเข้าของไทย

ดังนั้น ค้าปลีกไทยจะแซงหน้าคู่แข่งเพื่อนบ้าน 2 ประเทศนี้ได้หรือไม่ คงต้องลุ้นความช่วยเหลือของรัฐให้เข้ามาร่วมสนับสนุนอีกทาง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน